หมายเหตุ: เอ็นทรี่นี้จะเป็นเอ็นทรี่สุดท้ายของ จขบ. แล้ว

หลังจากนี้ไป ขอเชิญทุกคนเข้าชมบล็อกใหม่ของผม

ขออภัยในความไม่สะดวก ที่ไม่มีสกอล์บาร์

 

 

สวัสดีครับ ขออภัยที่ห่างหายไปนาน ช่วงนี้ใช้บล็อกใหม่อยู่ จะกลับมาเขียนก็ตอนปิดเทอม

เนื่องจากไม่ได้แต่งรูปเตรียมไว้ จึงต้องมานั่งทำอยู่เนี่ย ตอนนี้เสร็จแล้วคร้าบ

 

วันนี้ จขบ. ต้องเผชิญกับ...

  • คนบ้า
  • เลือดกำเดาไหล
  • การอาเจียนครั้งใหญ่
ท่าทางวันนี้จะไม่ค่อยดีซะแล้ว เอาไงล่ะ

 

หลังจากจบเอ็นทรี่นี้แล้วก็ไม่รู้ว่าจะได้เขียนอีกมั้น เพราะตอนนี้จะเขียนอะไรก็ใช้บล็อกเก่า แต่ถ้ามีเรื่องอะไรที่เขียนในบล็อกใหม่ไม่้ได้ ก็จะกลับมาเขียนที่บล็อกเดิมแห่งนี้นะครับ

 

 

ทุกการเดินทางย่อมมีจุดเริ่มต้น และในที่สุดก็ต้องจบลง 

บัดนี้ ชีิวิตคนไทยในเกาหลีก็สิ้นสุดลงแล้ว สำหรับข้าพเจ้า...

แต่จะจบอย่างมีความสุขหรือไม่นั้น ขอเชิญชมนะบัดนี้...

 

 "เกาหลี ที่รัก" #7 เมื่อคนบ้าอำลาฉัน

 

16 ตุลาคม 2551 - GMT+9

 

วันนี้เป็นวันสุดท้ายของเกาหลี 4 วันที่ผ่านมานี่สนุกมาก เหมือนได้เกิดใหม่

 

6.00 น. ตื่นขึ้นมารับแดดยามเช้า วันนี้ท้องฟ้ามีเมฆมาก

ลุกขึ้นจากเตียง จัดที่นอน เดินไปเข้าห้องน้ำ ล้างหน้า แปรงฟัน

 

ห้องน้ำของโรงแรม IBIS มยองดงเป็นห้องน้ำที่ค่อนข้างธรรมดา มีขนาดใหญ่กว่า 1 ตารางวาเล็กน้อย มีอ่างล้างหน้า ที่ยืนอาบน้ำ เหมือนห้องน้ำโรงแรมในเมืองไทย เว้นแต่ชักโครก ที่นี่เขาใช้ชักโครกที่สามารถฉีดน้ำเองได้ ชักโครกเองได้ แถมมีอุปกรณ์ฉีดล้างแบบ Bidet อีกด้วย (ซึ่ง จขบ. ลองเสียหลายครั้ง )

 

หมา่ยเหตุ: Bidet คือ การล้างทำความสะัอาดอวัยวะเพศหญิงครับ

 

โฉมหน้าสุขภัณฑ์ที่ว่า

 

นอกจากภาษาเกาหลีแล้ว บนฉลากของสุขภัณฑ์มีภาษาญี่ปุ่นด้วยนะ (อังกฤษน่าจะมี จำไม่ได้แล้ว)

 

มาคุยกันต่อที่อ่างล้างหน้า เป็นอ่างกลมๆ ฝังในเซรามิกสีเขียวแก่ มีระบบน้ำเย็น-น้ำอุ่น ส่วนที่ยืนอาบน้ำก็เป็นห้องเล็กๆ ล้อมด้วยกระจกพลาสติก บนผนังติดตั้งฝักบัวสเตนเลสแบบถอดออกได้ ตัวฝักบัวสามารถปรับได้ 3 แบบ เป็นระบบน้ำผสมเช่นกัน จขบ. ลองมาทุกสภาพตั้งแต่เย็นสุดขั้วจนถึงร้อนจี๋๋ ผลปรากฏว่าผมชอบน้ำเย็นมากกว่า ก็เลยอาบบ่อยกว่าน้ำอุ่น ฝักบัวนี้ดีตรงที่ปรับร้อนเย็นได้ทันใจนัก (อยู่ที่บ้านต้องรอนานกว่าอุณหภูมิจะเปลี่ยน)

 

เมื่ออาบน้ำเสร็จ ผมก็เปิดทีวีดู ปรากฏว่าไปเจอละครที่ 19+ ล่ะครับ แต่ก็ดูไม่นานหรอก

 

7.00 น. เก็บข้าวของเสร็จแล้ว ก็ลงไปรับประทานอาหารเช้าที่คอฟฟี่ช็อป

มื้อเช้าสุดท้ายแล้ว ตักในสิ่งที่อยากกิน...

 

สภาพอากาศของโซลมองจากคอฟฟี่ช็อป

มีหมอกลงจัดทัศนวิสัยไม่ค่อยดี

 

7.50 น. กินข้าวเสร็จแล้ว ก็กลับขึ้นไปบนห้องอีกครั้ง เอาสัมภาระลงมา มีพนักงานช่วยขนของด้วย

 

8.10 น. ทุกคนรวมทั้งผมลงมารอที่ล็อบบี้เรียบร้อย รถโค้ชปรับอากาศมาจอดรอเราแล้ว สัมภาระก็อยู่บนรถเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้อุณหภูมิก็ 19°C สบายๆ ครับ

 

ช่วงเช้าอันสวยงาม ณ โถงทางเข้าของโรมแรม

(สว่างวิ้งๆ เป็นสีชมพู)

 

แต่ก่อนที่จะขึ้นรถ สายตาของ จขบ. ก็ไปเจอเข้ากับ...

 

 

 

...คนบ้าครับ คนบ้า

 

อันที่จริงจะไปเีรียกเขาว่าคนบ้าไม่ได้หรอก ควรเรียกว่าคนจรจัด (Vagabond หรือ Strayed man) จึงจะเหมาะสมกว่า เรียกคนบ้าเดี๋ยวจะไม่สุภาพ

เมื่อเห็นดังนั้นแล้ว จขบ. จึงตามไปถ่ายรูปทันที

 

ดูเหมือนเขาจะไม่รู้สึกตัว

 

 

รูปพรรณสัณฐานของคนๆ นี้ เป็นชายวัยราวๆ 30 ปีคนหนึี่ง มีหนวด สูงพอๆ กับ จขบ. ทรงผมกระเซอะกระเซิง สวมเสื้อคอรูปตัววีสีดำทับด้วยแจ๊กเกตสีเขียวขี้มา การเกงสีดำ ถือขวดน้ำแถมเท้าข้างหนึ่งไม่สวมรองเท้าอีกด้วย นี่ล่ะ จรจัดครบชุดเลย...

จขบ. ตามถ่ายคนจรจัดคนนั้นเป็นเวลา 2 นาทีราวกับไม่เคยเห็นมาก่อน (ก็ไม่เคยจริงๆ นี่นา)

 

การได้เห็นคนจรจัดคนหนึ่งในเกาหลี ทำให้ จขบ. คิดได้ว่า ถึงแม้กรุงโซลจะก้าวเข้าสู่ความเจริญทางเทคโนโลยีแล้ว มีแบรนด์เสื้อผ้า รถยนต์และอุปกรณ์ไฮเทคชั้นนำนาๆ จนกรุงเทพมหานครของเราก็ยังตามไม่ทัน แต่สิ่งหนึ่งที่ทั้งไทยและเกาหลีมีเหมือนกัน คือ คนใช้ชีวิตตามการเปลี่ยนแปลงของสังคมไม่ทัน จนหลายคนต้องกลายเป็นบ้าหรือไร้ที่อยู่อาศัย

 

กรณีของคนจรจัดคนนี้เป็นตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจน

 

คนเกาหลีผู้มีอันจะกินต่างเฉยเมยต่อคนจรจัดคนนี้

 

8.15 น. เมื่อตามติดคนจรจัดคนนี้จนพอแล้ว จขบ. ก็กลับขึ้นรถ มุ่งหน้าสู่ใจกลางเมือง

ระหว่างทางรถไปรับเพื่อนๆ ของพ่อที่ไปพักโรงแรมอื่น

 

 

ก่อนออกเดินทางได้ถ่ายประติมากรรมอะตอมที่อยู่ใกล้ๆ ด้วย

กรุงเทพฯ มีของแบบนี้ตั้งอยู่ทั่วเมืองบ้างก็ดี

(มีคริสปี้ ครีมด้วย ตอนนั้นไม่รู้จัก ตอนนี้...ดังมาก)

 

วันนี้คณะของเราจะไปเยี่ยมชมร้านค้าที่มีชื่อว่า "ศูนย์โสมของรัฐบาล" เป็นศูนย์รวมผลิตภัณฑ์โสมที่รัฐบาลขายตรงให้กับนักท่องเที่ยว เราจะไปดูกันว่ามันเวิร์กแค่ไหน...

 

8.33 น. รถโค้ชจอดใกล้ๆ กับศูนย์โสมของรัฐบาล เราต้องเดินไปอีกหน่อยก็ถึงร้าน

เนื่องจากภายในร้านเขาห้ามถ่ายรูป จึงขออภัยที่ต้องเล่าปากเปล่านะครับ

 

เท่าที่พอนึกได้ ศูนย์โสมของรัฐบาลเป็นอาคารสีส้มซีดที่สูงไม่กี่ชั้น มีหน้าต่างเรียบๆ ติดฟิล์ม มีทางเท้าสุดแสนจะธรรมดา ถ้าหากไม่สังเกตคุณอาจคิดว่้าเป็นสำนักงานธรรมดา คงไม่มีอะไรน่าสนใจอยู่ภายในหรอก แต่ภายในนี่สิ จะทำให้ร้านของเล่นของ Mr. Magoriam เป็นร้านงั้นๆ ไปเลย

 

 

โถงทางเดินก่อนถึงเคาน์เตอร์

(จาก