นับถอยหลัง..."วิสุเวียส ระเบิดเวลาแห่งซอร์เรนทีน

ภูเขาไฟวิสุเวียสเมื่อมองผ่านเมืองเนเปิลส์อันศิวิไลซ์

จาก http://www.nationalgeographic.com/ngm

สวัสดีครับ ไม่ได้เขียน "เล่าเรื่องจากภาพ" ตั้งนาน เป็นเพราะงานยุ่งมาก บวกกับหาเรื่องที่จะมาเขียนไม่ได้ แต่คราวนี้มีเรื่องให้เขียนแล้วครับ คราวนี้ได้มาจากนิตยสาร national geographic อีกแล้ว เป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้น อาจจะยาวไปแต่ก็พออ่านได้นะครับ เกี่ยวกับภูเขาไฟลูกดังลูกหนึ่งของโลกที่ชื่อว่า "วิสุเวียส"

เข้าเรื่องกันดีกว่า...

ภูเขาไฟวิสุเวียส (Mount Vesuvius) ตั้งอยู่ในประเทศอิตาลี ใกล้คาบสมุทรซอร์เรนทีน ใกล้กับเมืองนาโปลี หรือเนเปิลส์เหนืออ่าวเนเปิลส์ เป็นภูเขาไฟที่ยังคุกรุ่นเพียงแห่งเดียวในทวีปยุโรปแผ่นดินใหญ่ อายุประมาณ 25,000 ปี มีความสูง1,281 เมตร (4,203 ฟุต) ปากปล่องมีเส้นรอบวง 1,400 เมตร ลึก 216 เมตร ปัจจุบันเป็นสถานที่ท่องเที่ยวและส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติ

ภูเขาไฟวิสุเวียส แบบสามมิติ

Image:MountVesuvius.JPG

วิสุเวียส มองจากคาบสมุทรซอร์เรนทีน

วีรกรรมของเจ้าวิสุเวียส

จากบันทึกทางธรณีกาล(วิเคราะห์ชั้นหิน) พบว่า ภูเขาไฟวิสุเวียสจะระเบิดครั้งใหญ่เป็นระยะๆ ทุกๆ ประมาณ 2,000 ปี แต่จะปะทุค่อนข้างบ่อย

ระเบิดครั้งใหญ่เมื่อประมาณ 1780 ปีก่อนคริสตกาล พ่นเถ้าถ่านและหินออกมามากมาย การระเบิดครั้งนี้เรียกอีกอย่างว่า การระเบิดครั้งใหญ่ที่อาเวลีโน

ระเบิดอีกครั้งเมื่อปี ค.ศ. 79 เถ้าถ่านฝังเมืองปอมเปอี เฮอร์คิวเลเนียม และเมืองใกล้เคียง ความชื้นทำให้เถ้าถ่านกลายเป็นปูนห่อหุ้มศพรักษาสภาพกระดูกไว้

ปะทุเถ้าถ่านและลาวาเป็นระยะๆ ออกมาเมื่อปี ค.ศ. 203, 472, 512, 787, 968, 991, 999, 1007, 1036, 1631, 1660, 1682, 1694, 1698, 1707, 1737, 1760, 1767, 1779, 1794, 1822, 1834, 1839, 1850, 1855, 1861, 1868, 1872, 1906, 1926, 1929 และล่าสุด ปี ค.ศ. 1944 ขณะเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ขณะที่เครื่องบินทิ้งระเบิดของอเมริกาบินผ่าน นอกจากจะทำลายหมู่บ้านไปหลายแห่งแล้วยังทำให้คนตาย 45 คน และทำให้ฝ่ายสัมพันธมิตรเสียเครื่องบินไป 88 ลำ

Image:Pompeii the last day 1.jpg

ภาพจำลองจาก BBC แสดงภาพวาระสุดท้ายของปอมเปอี

ตอนนี้ วิสุเวียสยังสงบอยู่ และไม่มีวี่แววของอันตราย จริงหรือ...

ทุกคนรู้ไหมว่า ในอดีต บริเวณทิศเหนือและรอบๆ วิสุเวียส เคยเป็นที่ราบชื่อ กัมปาเนียที่กว้างใหญ่ไพศาล ผู้คนในสมัยโบราณเข้ามาอาศัยอยู่เพราะมีสภาพอากาศที่ไม่รุนแรง มีทางออกติดทะเล ซึ่งปัจจุบันคืออ่าวเนเปิลส์ ทำนาทำไร่ได้เพราะดินภูเขาไฟมีความอุดมสมบูรณ์ และทัศนียภาพที่สวยงาม มีการพบซากหมู่บ้านหลายต่อหลายแห่ง และข้าวของเครื่องใช้มากมาย แต่เมื่อเกิดภูเขาไฟระเบิดแล้ว ดินแดนที่สวยงามแห่งนี้ก็กลายเป็นขุมนรกในพริบตา

การระเบิดได้พ่นหินพัมมิส(Pumice)ที่เบากว่าน้ำและหินมูลภูเขาไฟ(Lapilli) ออกมาด้วยความเร็วมากกว่า 145 กิโลเมตรต่อวินาที รวมทั้งพ่นเถ้าถ่านและลาวาออกมาอย่างรุนแรง ปลิวขึ้นสู่อากาศเร็วกว่าเสียงจนเกิดโซนิกบูม พ่นหินร้อน กรวดภูเขาไฟและเถ้าถ่านเกือบแสนตันต่อวินาที ขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศสตราโตสเฟียร์สูงถึง 35 กิโลเมตร!!! ปลายด้านบนสุดจะแผ่ออกเป็นรูปร่มกลับหัว เรียกว่า การยุบตัวของเถ้าถ่าน ยิ่งไปกว่านั้น ลมที่พัดมาจากทิศตะวันตกยังหอบวัตถุภูเขาไฟไปยังทิศตะวันออกเฉียงเหนือสู่เมืองโนลาและอาเวลลีโนตลอดระยะเวลาหลายชั่วโมง และตกลงมาทับถมกันสูงถึง 2.5 เมตร ในจุดที่ใกล้ภูเขาไฟ เถ้าถ่านจะลอยอยู่ในอากาศนานครึ่งวันก่อนยุบตัวลงจนเกิดระลอกคลื่นตะกอนภูเขาไฟ เคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงหลายกิโลเมตร พื้นที่รอบวิสุเวียสจะปกคลุมไปด้วยฝุ่นหนา แค่ 20 เซนติเมตรก็ทำให้หลังคาบ้านสมัยใหม่พังได้

ความร้อนที่เกิดจากภูเขาไฟสามารถทำให้เสื้อผ้าและผิวหนังระเหิด เลือดและอวัยวะภายในเดือดพล่าน ความชื้นจากเลือดและเนื้อที่ระเหิดจะไปจับตัวกับเถ้าภูเขาไฟในคลื่นตะกอนภูเขาไฟ ก่อให้เกิดสารคล้ายปูนปลาสเตอร์ห่อหุ้มกระดูกรักษาสภาพกระดูกเอาไว้เหมือนกับผู้เสียชีวิตที่ปอมเปอี อีกทั้งยังทำให้อากาศในบริเวณนั้นอุณหภูมิสูงอย่างน้อย 480 องศา ซึ่งพอจะทำให้แหล่งน้ำที่อยู่ห่างจากปล่องปะทุ 15 กิโลเมตรเดือดได้ ถึงจะรอดจากบริเวณที่มีอุญหภูมิต่ำกว่า 93 องศาเซสเซียส แต่ก็ไม่มีวันรอดจากฝุ่นภูเขาไฟได้

เมื่อขี้เถ้าและเศษหินจำนวนมากรวมตัวกับไอน้ำที่พุ่งออกมาจากชั้นหินอุ้มน้ำใต้ดิน จะทำให้เกิดฝนฟ้าคะนองรุนแรง ฝนที่ตกลงมาจะทำให้เกิดโคลน(เดือด)ไหล(Mudflow) หรือลาฮาร์(Lahar) ไหลลงสู่ลุ่มน้ำและตกค้างอยู่เป็นเวลานาน ซึ่งทำให้ผู้คนเสียชีวิตมากกว่าการระเบิดเสียอีก วิสุเวียสจะปล่อยระลอกคลื่นตะกอนภูเขาไฟและโคลนไหลอย่างน้อยหกรอบในการระเบิดครั้งนั้น ซึ่งทำลายทุกสิ่งทุกอย่างในรัศมี 15 กิโลเมตรจนราบคาบ การระเบิดที่จะเกิดขึ้นเร็วๆ นี้ จะทำลายภูมิภาคที่สวยงามให้กลายเป็นทะเลทรายที่อยู่ไม่ได้ไปอีก300 ปี

การระเบิด วัตถุภูเขาไฟ การยุบตัวของเถ้าถ่าน ระลอกคลื่นตะกอนภูเขาไฟ และโคลนไหล คือลำดับของการระเบิดแบบพลิเนียนของภูเขาไฟ ซึ่งร้ายแรงมากเป็นอันดับต้นๆของโลกจากการสำรวจร่องรอยของการระเบิดของวิสุเวียส พบว่าบริเวณตอนเหนือและใต้ของวิสุเวียส ตั้งแต่เมืองกริชิญญาโน ดีอาเวร์ชาไปจนถึงปอมเปอี บริเวณดังกล่าวกินเนื้อที่หลายกิโลเมตรรวมทั้งเนเปิลส์ เคยเป็นเหยื่อของวิสุเวียสมาแล้วเมื่อ 1780 ปีก่อนคริสตกาล

ในอนาคต เมืองเนเปิลส์และเมืองอื่นๆ ในบริเวณอันตรายนั้นจะได้ลิ้มรสความเจ็บปวดของระเบิดภูเขาไฟบ้าง บางทีเส้นโค้งทรงกรวยคว่ำของปากปล่องภูเขาไฟมอนตาซอมมาอาจช่วยกันคลื่นตะกอนภูเขาไฟที่จะโถมไปยังเนเปิลส์ได้ตอนที่วิสุเวียสระเบิดแบบพลิเนียนครั้งล่าสุด ที่ราบเบื้องล่างเป็นที่อาศัยของชาวโรมันหลายพันคน แต่ขณะนี้เนเปิลส์และเมืองที่อยู่ระหว่างมันกับปากปล่องภูเขาไฟมีหลายล้านคนแล้ว ถ้ายังไม่มีการอพยพผู้คนก็ไม่มีทางรอดแน่

ดูภาพที่ละเอียดกว่านี้ได้ที่ http://www.ngthai.com/ngm/0709/map.asp?featureno=3

ปัจจุบันวิสุเวียสกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวไปแล้ว ผู้คนจะชื่นชอบการชะโงกหน้าชมบ่อลาวาจากริมปากปล่องจนลืมคิดถึงกระเปาะบรรจุลาวาขนาดมหึมาลึกลงไปอีกสิบกิโลเมตรเส้นโค้งทรงกรวยคว่ำของปากปล่องภูเขาไฟมอนเตซอมมาที่ตระหง่านบังทัศนียภาพเบื้องหน้าคนเหล่านี้ดูมีความสุข แต่ไม่สำหรับชาวอีตาลีในอนาคตข้างหน้า

จากภาพด้านบน บริเวณสีน้ำตาลที่ทับและไม่ทับบริเวณสีเขียวเป็นโซนสีแดงและสีส้มซึ่งประชากรในบริเวณนั้นต้องอพยพโดยด่วน ส่วนที่เหลือคือโซนสีเหลืองและเขียวซึ่งปลอดภัยมากกว่า แต่จากการคำนวณ การระเบิดในอนาคต พื้นที่ประมาณ 22,500 ตารางกิโลเมตรหรือมากกว่าจะกลายเป็นโซนสีแดงทั้งหมดรวมทั้งเนเปิลส์ด้วย การระเบิดจะทำให้ปากปล่องแตก ทำลายเนเปิลส์และภูมิภาคแถวนั้น ประชากรในตอนกลางและใต้ของอิตาลีต้องอพยพโดยด่วนมากๆ

ถ้าเกิดระเบิดขึ้นโดยไม่ได้ตั้งตัว ต้องอพยพโดยการเดินเท้า เพราะแม้แต่เครื่องบินก็ไม่อาจหนีเถ้าถ่านของวิสุเวียสทันได้ จริงๆ แล้วควรอพยพตั้งแต่ตอนนี้ด้วยซ้ำ จะได้ใช้เครื่องบินหนีทัน อย่างช้าก็ปลายศตวรรษนี้ เพราะเรายังไม่รู้ว่าวิสุเวียสจะระเบิดเมื่อไร การระเบิดแบบพลิเนียนครั้งต่อไปอาจทำให้อิตาลีแตกออกเป็นเสี่ยงๆ เกิดแผ่นดินไหวไปทั่วโลก หรือทำให้นั่งเครื่องบินจากญี่ปุ่นไปฮาวายจะใช้เวลาเพียงหนึ่งชั่วโมงก็ไม่ทราบ ทางที่ดีประชากรที่อยู่ในเขตอันตรายร่วมมือกันซ้อมอพยพ เพราะถ้าทำเป็นเล่นถึงซ้อมยังไงก็ตายอยู่ดี

แบบจำลองโครงกระดูกของหญิงสาววัยยี่สิบปีที่ร้องออกมา

อย่างเจ็บปวด เมื่อความร้อนเอาเนื้อหนังของเธอไป

การระเบิดของวิสุเวียสรุนแรงและอันตรายมาก นำมาซึ่งความสูญเสียของผู้คน ทรัพย์สินและหมู่สัตว์มีการค้นพบโครงกระดูกมนุษย์มากมายที่ก่อนตายคงเจ็บปวดโครงกระดูกสัตว์ต่างๆ รวมทั้งสุนัขที่นอนตายด้วยท่าทางหวาดกลัว ฟอสซิลรอยเท้าของผู้คนที่รักษาโดยเถ้าภูเขาไฟแสดงถึงการหนีของผู้คนที่ไม่มีความหมายเพราะไม่รอดจากเถ้าถ่าน บางคนเอาหมอนปิดปากและจมูกของตนเองเพื่อไม่ให้สูดเอาขี้เถ้าเข้าไปแต่ก็ไม่รอดจากความร้อนระอุที่ระเหิดร่างกายออกจากกระดูกจนเจ็บปวด ดีแล้วที่ประเทศไทยไม่มีภูเขาไฟ เราจึงควรหันมาสนใจวิสุเวียสบ้าง เพราะการสูญเสียครั้งต่อไปจะมีผลไปทั่วโลก

Image:Vesuvius from plane.jpg

วิสุเวียส...นรกกลางสรวงสวรรค์

แหล่งที่มา

http://www.ngthai.com/ngm/0709

http://th.wikipedia.org/wiki/ภูเขาไฟวิสุเวียส

http://en.wikipedia.org/wiki/Mount_Vesuvius

และเว็บอื่นๆ อีกมากมายที่มีรูปภาพและข้อมูลมาให้ทุกคนได้อ่านและชมครับ

*~ ขอบคุณที่ชมเอ็นทรี่นี้จนจบครับ ~*

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เป็นภูเขาไฟที่น่ากลัวมากๆ

#1 By Pammy (124.157.154.71) on 2008-09-12 20:05

น่าทึ่งมากๆ สุดยอดของความน่ากลัวเลย

#2 By waenpb (61.7.135.86) on 2008-11-18 16:08

น่ากลัวจังเเต่มีสาระมากกกconfused smile confused smile

#3 By oil (124.122.179.168) on 2009-01-19 19:19

ชอบจังขอไห้มีเรื่องสนุกเเบบนี้อีกนะคะbig smile big smile big smile big smile

#4 By oilloveb.. (124.122.179.168) on 2009-01-19 19:49