ภาพจาก ดาราศาสตร์ดอทคอม

 

เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคมที่ผ่านมา โลกต้องอำลายานสำรวจดวงอาทิตย์ดวงหนึ่ง ยานที่มีชื่อว่า "ยูลิซิส" หลังจากเฝ้าศึกษาวิทยาการของดวงอาทิตย์มานานกว่า 17 ปี ซึ่งยาวนานกว่าที่วางแผนไว้ถึง 4 เท่าปฏิกรณ์พลังงานนิวเคลียร์ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานของยานก็ได้หมดลง กลายเป็นขยะอวกาศและเข้าชนกับเทหวัตถุต่างๆ และบางชิ้นส่วนก็คงลงเอยด้วยการตกลงสู่เปลวเพลิงและพวยแก๊สอันเกรี้ยวกราดของดวงอาทิตย์ 

ยูลิซิส เป็นชื่อโรมันของวีรบุรุษในตำนานสงครามกรุงทรอย หรือที่เรารู้จักในอีกชื่อหนึ่งว่า "โอดิสซิอุส" ซึ่งเป็นชื่อกรีก โอดิสซิอุสเป็นกษัตริย์แห่งนครอีธาก้า มีมเหสีพระนามว่าพระนางเพเนโลพี หรือเพอร์เซโฟนี่ ธิดาของเทพีดีมิเทอร์ เทพีแห่งความอุดมสมบูรณ์(หรือที่ผู้เขียนยกย่องว่าเป็นเทพีประจำดาวเคราะห์โลก) พระองค์ทรงนับถือเทพีอาเธน่า หรือเทพีมิเนอร์ว่า เทพีแห่งการสงครามและปัญญา(Wisdom) ในครั้งที่เกิดสงครามกรุงทรอย กษัตริย์เมเลเนอัส และกษัตริย์อากาเมน่อน ได้มาขอร้องให้โอดิสซิอุสไปช่วยรบที่กรุงทรอย แต่โอดิสซิอุสไม่อยากไปและขอพรกับอาเธน่า แต่อาเธน่าก็ได้ตรัสให้ไปรบ เพราะพระองค์ไม่ชอบชาวโทรจัน โอดิสซิอุสรบอยู่นานถึง 10 ปี จนสามารถเอาชนะทรอยด้วยอุบายม้าไม้ในตำนาน และขากลับก็ล่องลอยอยู่ในมหาวารีเมดิเตอเรเนียนอยู่นานถึง 10 ปี ผ่านปีศาจร้าย อุบายนางพราย และหลงรักกับนางคาลิปโซ่ ที่เกาะโอจีเจียนานถึง 7 ปี จนได้กลับนครอีธาก้าและครองรักกับราชินีของตนจนจบสิ้นอายุขัย

ยูลิซิสเป็นยานสำรวจชั้นบรรยากาศเฮลีออสเฟียร์(Heliosphere) หรือก็คืออาณาเขตทรงกลมของลมสุริยะที่มีความรุนแรง ยานยูลิซิสมีเครื่องมืออันทันสมัยที่มีความไวต่อแสงสูงกว่า 10 ชิ้น ซึ่งพอทนความรุนแรงของลมสุริยะได้

ยานยูลิซิสออกจากโลกไปกับยานกระสวยอวกาศดิสคัฟเวอรี่เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2533 (ค.ศ. 1990) แล้วเดินทางต่อด้วยการจุดระเบิดเชื้อเพลิงมอเตอร์แข็งไปยังดาวพฤหัสบดีเพื่อปรับวิถีการบินเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2535 (ค.ศ. 1992) เพื่อให้ยานเคลื่อนต่ำลงไปใต้ระนาบสุริยวิถีและมีวงโคจรผ่านขั้วเหนือและขั้วใต้ของดวงอาทิตย์

ยูลิซิสเป็นยานที่ปฎิบัติหน้าที่สำรวจสภาพแวดล้อมในอวกาศที่อยู่เหนือขั้วเหนือและใต้ของดวงอาทิตย์ในทั้งสี่มิติและกาลอวกาศ มันได้เปิดเผยว่าดวงอาทิตย์ส่งสภาพแม่เหล็กไฟฟ้าของตนออกสู่ระบบสุริยะด้วยวิธีที่ซับซ้อนยิ่งกว่าวิธีที่เราเคยเชื่อถือ อนุภาคที่ถูกผลักออกจากดวงอาทิตย์สามารถไต่จากระดับต่ำสุดจนถึงสูงสุดได้เพียงชั่วพริบตาเดียว และในทางกลับกันก็ทำได้ บางครั้งก็พบว่าสนามแม่เหล็กได้หลุดออกมาสู่ดาวเคราะห์ด้วย ยูลิซิสได้แสดงผลลัพธ์อันน่าตกใจว่าฝุ่นอวกาศที่ไหลเข้าสู่ระบบสุริยะมีมากกว่าที่นักดาราศาสตร์เคยคิดไว้ถึง 30 เท่า! และพบอะตอมของฮีเลียมในห้วงอวกาศและยืนยันว่าเอกภพไม่มีสสารมากพอที่จะหยุดการขยายตัว

ผลงานสุดท้ายของยูลิซิสผู้ทรหดก็คือการเผยข้อมูลว่าสภาพแม่เหล็กของดวงอาทิตย์มีกำลังอ่อนลง ซึ่งเป็นสัญญาณว่าวัฏจักรสุริยะครั้งใหม่มีกำลังอ่อนแรงลงกว่าเดิม เกือบสองศษวรรษแห่งการสำเร็จอะพอลโลในโลกแห่งความจริงนี้ เราได้เรียนรู้เกี่ยวกับดวงอาทิตย์และกิจกรรมต่างๆ ของมันที่มีผลต่ออวกาศรอบข้าง ซึ่งยานยูลิซิสเป็นยานสำรวจที่ยอดเยี่ยมที่สุดเท่าที่เคยมีมา

ยานยูลิซิสรวบรวมและส่งข้อมูลผ่านหนทาง 8.6 พันล้านกิโลเมตรมายังโลก ทุกครั้งที่ป้อนพลังงานก็ลดน้อยลง วิศวกรได้ทำการควบคุมให้ยานเปลี่ยนเวียนใช้พลังงานไปเรื่อยๆ จนใช้พลังงานของตนเองจนหมดและเชื้อเพลิงก็เริ่มแข็งตัว 

ถึงแม้ยูลิซิสจะไม่ได้ล่องลอยอยู่ในชั้นบรรยากาศของดวงอาทิตย์นาน 20 ปีเหมือนเจ้าของชื่อ แต่ถึงกระนั้น ยูลิซิสได้เผยข้อมูลมากมายเกี่ยวกับดวงอาทิตย์ตลอด 17 ปีให้กับเรา  ยูลิซิสได้ปรับความรู้เกี่ยวกับเฮลิออสเฟียร์เสียใหม่และตั้งคำถามต่างๆ ให้เราหาคำตอบเพื่อคลายข้อสงสัย

ยานยูลิซิสได้จากไปแล้ว มันก็เหมือนคนๆ หนึ่งที่เสียชีวิตลงและถูกฝังไว้ในห้วงอวกาศ ถึงแม้เราต้องกล่าวคำอำลา แต่ก็ต้องขอบคุณข้อมูลที่โอดิสซิอุสแห่งการท่องอวกาศที่เผยข้อมูลเกี่ยวกับดวงอาทิตย์และเรื่องอื่นๆ ให้แก่เรามากมาย แม้ว่าการทำงานของยูลิซิสต้องจบลง แต่การค้นพบจากข้อมูลวิทยาศาสตร์ของยานยูลิซิสยังคงมีประโยชน์ไปอีกหลายสิบปี และความทรงจำที่เรามนุษย์ทั้งหลายมีต่อมันย่อมไม่มีวันจางหาย ลาก่อนนะ โอดิสซิอุส...

 

 

 

 

 

ข้อมูลจาก

[เทวตำนาน] {กรีก โรมัน อียิปต์} จากเว็บบอร์ด Pramool.com

เว็บไซต์ดาราศาสตร์ดอทคอม

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry