~TaNaBaTa; ทานาบาตะ เทศกาลแห่งดวงดาว~
posted on 07 Jul 2008 20:41 by dungeonkids in Review
เทศกาลแห่งรัก...
จากตำนานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก...
ตำนานโรแมนติกที่จะเปลี่ยนชีวิตของคนทุกคนไปตลอดกาล...
ทุกคนจะต้องชื่นชอบเทศกาลนี้...
เมื่อได้อ่าน...
Update ข้อมูลใหม่ ลองอ่านดูนะครับ^^
คมบังวะ! ขอต้อนรับสู่ ~TaNaBaTa; ทานาบาตะ เทศกาลแห่งดวงดาว~ ธีมต้อนรับเดือนกรกฎาคมครับ วันนี้ วันที่ 7 เดือน 7 เป็นวัน(เทศกาล)ทานาบาตะ (ญี่ปุ่น:ทะนะบะตะ มะทซีริ จีน:ฉีซีเจี๋ย เกาหลี:ชิลซุก เวียดนาม:ทัต ติช) ซึ่งแปลว่า "เทศกาลแห่งค่ำคืนวันที่เจ็ด (Seventh Day's Evenings Festival)" ซึ่งมีขึ้นทุกๆ วันที่ 7 เดือนกรกฎาคม ตามปฏิทินปัจจุบัน ซึ่งเป็นเทศกาลที่ทุกคนขอพรอธิษฐานโดยผูกคำอธิษฐานไว้บนกิ่งไผ่ ก่อนจะนำไปเผาหรือลอยน้ำหลังจากเลยเที่ยงคืนไปแล้ว
เทศกาลทานาบาตะ มีต้นกำเนิดมาจากประเทศจีนในสมัยโบราณ เมื่อประมาณ 2,000 ปีก่อน เข้ามาสู่ประเทศญี่ปุ่นในสมัยนาระ(พ.ศ.1253-1337) แต่เพิ่งได้รับความสนใจในสมัยเฮอัน(พ.ศ.1337-1728) จนมาถึงสมัยเอโดะ(พ.ศ.2143-2410) ซึ่งเป็นยุคสมัยที่อิทธิพลจากประเทศในซีกโลกตะวันตกเข้ามาในประเทศญี่ปุ่น เด็กผู้หญิงมักจะขอพรให้ทอผ้าและทำงานฝีมือเก่ง ส่วนเด็กผู้ชายก็มักจะขอพรให้เรียนหนังสือเก่งๆ และได้เป็นคนใหญ่คนโต
เทศกาลทานาบาตะ เป็นเทศกาลของชาวตะวันออก คือประเทศจีน ญี่ปุ่น และเกาหลี (เวียดนามด้วย) สำหรับคนไทยเราอาจจะเป็นแค่เทศกาลธรรมดาไม่มีความสำคัญไปมากกว่าเทศกาลคริสต์มาส ปีใหม่ หรือแม้แต่วันวาเลนไทน์ แต่สำหรับที่นั่นถือว่าเป็นเทศกาลที่สำคัญมากๆๆๆๆ ถึงมากที่สุด เป็นเทศกาลเก่าแก่ มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ จัดทีไรมีความสุขทุกที
@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@
ปฐมบทแห่งเทศกาล: เทวตำนานความรักของสองเรา
หนึ่งในเสน่ห์ของเทศกาลทานาบาตะที่ทำให้เทศกาลนี้อยู่คู่กับชาวญี่ปุ่นมานานนับพันปี ก็คือเรื่องราวจากเทวตำนานญี่ปุ่น ที่ว่าด้วยความรักของสองเทพที่ต่างชนชั้น ถูกฟ้าลงโทษไม่ให้พบกัน เพียงวันเดียวเท่านั้นที่ทั้งสองจะสามารถพบกันได้ ก็คือวันทานาบาตะนี้
ชาวญี่ปุ่นในอดีตเชื่อกันว่า ทางช้างเผือกที่พาดผ่านท้องฟ้ายามราตรีนั้น คือแม่น้ำแห่งสวรรค์หรืออามา โนะ คาวะ(Ama No Kawa) ซึ่งแบ่งสวรรค์ออกเป็นฝั่งเหนือกับฝั่งใต้ เทพผู้ปกครองสวรรค์ เทนโก มีธิดาอยู่องค์หนึ่ง นามว่า โอริฮิเมะ(Orihime จีน:จือหนฺวี่ เกาหลี:ชิงเนียว) ซึ่งมีความสามารถในการทอผ้ามาก ด้วยเครื่องทอผ้าอันสุดแสนวิเศษอย่าง ทานาฮาตะ(ซึ่งคงเพี้ยนมาเป็น ทานาบาตะ) ก็สามารถสร้างสรรค์ผลงานผ้าอันสวยงามวิจิตรไปด้วยลวดลาย จนเป็นที่สนใจของเทพทั้งหลาย ซึ่งพร้อมใจกันให้ฉายานางว่า "เจ้าหญิงทอหูก" นางจึงมีหน้าที่ทอผ้าให้กับทวยเทพ เพราะฝีมือการทอผ้าที่มีชื่อเสียง นางจึงทุ่มเททั้งเวลาและหัวใจให้กับการทอผ้า ทำงานหนักไม่ขาดสายจนไม่มีอารมณ์จะไปคิดเรื่องอื่น
ด้วยความเป็นห่วง เทพเจ้าเทนโกจึงพานางไปเดินเล่น และแนะนำให้โอริฮิเมะรู้จักกับ ฮิโกโบชิ(Hikoboshi จีน:หนิวหลาง เกาหลี:เกียวนู) ซึ่งเป็นเทพชั้นกลางที่ทำหน้าที่เลี้ยงวัวอยู่ทางฝั่งใต้ของแม่น้ำสวรรค์ และได้รับการขนานนามว่า "หนุ่มเลี้ยงวัว" เมื่อทั้งสองได้พบกันก็เกิดมีความรักซึ่งกันและกัน ทั้งสองจึงได้แต่งงานกันโดยไม่ต้องสินสอด (
น่าอิจฉาเนอะ
)
แต่หลังจากแต่งงานกันได้ไม่นาน สวรรค์ก็เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังเท้า เจ้าหญิงโอริฮิเมะเพลิดเพลินไปกับความรักที่มีต่อฮิโกโบชิ จนไม่ได้สนใจที่จะทอผ้าอีก ทำให้เทพทั้งหลายพากันเดือดร้อนเพราะไม่มีเสื้อผ้าใหม่ๆ ให้ใส่ ส่วนฮิโกโบชิก็เพลิดเพลินในความรักที่มีต่อโอริฮิเมะ จนไม่มีกะจิตกะใจจะไปเลี้ยงวัว ปล่อยให้วัวเพ่นพ่านไปบุกวิมานเทพองค์นู้นองค์นี้ สร้างความเดือดร้อนเพิ่มขึ้นอีก จนเทพสวรรค์ทนไม่ไหว จึงได้ขับไล่ฮิโบโกชิให้ไปกลับไปอยู่ที่ฝั่งด้านใต้ และห้ามทั้งสองพบกันโดยเด็ดขาด!
ผ่าง!!
แต่เหตุการณ์ก็ยิ่งหนักเข้าไปอีก ทั้งโอริฮิเมะและฮิโกโบชิเศร้าโศกเสียใจมาก (ดูภาพข้างบนสิครับ ซะขนาดนั้น) เจ้าหญิงแทบจะร้องไห้เป็นสายเลือด งานการก็ยิ่งไม่ทำหนักเข้าไปอีก เทพสวรรค์รู้สึกสงสารธิดาของตนเองมากจนทนไม่ไหว จึงนำคำบัญชาไปแจ้งแก่ทั้งสอง อนุญาตให้ทั้งสองสามารถพบกันได้ปีละครั้ง ในวันที่ 7 เดือน 7 ของปีนั้นๆ ตราบใดที่ขยันทำงานก็จะได้พบกัน ทำให้ทั้งสองคนดีใจมากๆ และกลับมาทำงานตามปกติอย่างขยันขันแข็งเพื่อที่จะได้พบกันในวันที่ 7 เดือน 7 เมื่อทั้งสองมารอที่แม่น้ำสวรรค์ ก็จะมีนกกางเขนสีขาวฝูงหนึ่งมาเกาะกันเป็นสะพานให้ทั้งสองสามารถข้ามมาพบกันได้
แต่หากวันใดวันหนึ่ง ท้องฟ้ามีดครึ้มไปด้วยเมฆฝน ฝนตกบนสวรรค์ นกกางเขนก็จะไม่มา ทำให้ทั้งสองไม่สามารถข้ามไปพบกันได้ ต้องรอไปอีก 1 ปี ด้วยเหตุนี้ ชาวตะวันออกจึงเขียนคำอธิษฐาน "ขอให้อากาศดี" แขวนไว้บนต้นไผ่ด้วย เพื่อให้ท้องฟ้ายามค่ำคืนแจ่มใส โอริฮิเมะและฮิโกโบชิจะได้ข้ามมาพบกันได้
วันนี้ถ้าอากาศแจ่มใส หากคุณมองไปบนท้องฟ้าทางทิศเหนือ จะเห็นทางช้างเผือกพาดผ่านท้องฟ้า เป็นสีขาวสว่างจ้าบาดตา ดาษดาไปด้วยดวงดาวสกาวดั่งอัญมณี ทางฝั่งเหนือ(ที่อยู่ใกล้ดาวเหนือ) จะเห็นดาวเจ้าหญิงทอหูก หรือดาววีก้า(Vega) อันเป็นดาวที่สว่างที่สุดในกลุ่มดาวพิณ(Lyra) ส่วนดาวทางใต้ ก็คือดาวหนุ่มเลี้ยงวัว หรือดาวอัลแทร์(Altair) หรือดาวตานกอินทรี ดาวที่สว่างที่สุดในกลุ่มดาวนกอินทรี(Aquila) นั่นเอง ส่วนฝูงวัวนั้น ก็คือกลุ่มดาวสุนัขจิ้งจอก(Vulpecular) และกลุ่มดาวลูกธนู(Sajitta) ซึงมีดาวเกาะกลุ่มกันมากมายจึงดูคล้ายฝูงวัว ส่วนนกกางเขนนั้น ก็คือกลุ่มดาวหงส์(Cygnus) เพราะตัวกลุ่มดาวทับกับทางช้างเผือกพอดิบพอดี จึงดูเหมือนนกกางเขนที่พาทั้งสองข้ามแม่น้ำสวรรค์มาพบกัน
ท้องฟ้าในคืนวันทานาบาตะ
ดาววีก้า หรือดาวเจ้าหญิงทอหูก
ดาวอัลแทร์ หรือดาวหนุ่มเลี้ยงวัว
กลุ่มดาวหงส์ ดาวที่สว่างที่สุดทางซ้าย คือดาวเดเนบ หรือดาวหางหงส์(Deneb)
เทศกาลทานาบาตะในปัจจุบัน
ที่ประเทศจีน หญิงสาวที่แต่งงานจะปฎิบัติตนเหมือนเจ้าหญิงทอหูก คอยเตรียมอาหารและปรนนิบัติสามี
ที่ประเทศเกาหลี ช่วงเทศกาลทานาบาตะ เป็นช่วงเวลาที่พืชพรรณส่วนใหญ่งอกงาม ชาวเกาหลีจะเอามาทำแป้งเพื่อทำก๋วยเตี๋ยวและทำขนมเพื่อรับประทานกัน
แต่ทั้งสองประเทศก็เทียบไม่ได้กับประเทศญี่ปุ่น ที่ประเทศนี้มีสถานที่ที่มีชื่อเสียงในการจัดเทศกาลทานาบาตะอยู่ 2 ที่ คือที่ฮิราทซึกะ(Hiratsuka) จังหวัดคานากาว่า(Kanagaya) และที่เซ็นได(Sendai) จังหวัดมิยากิ(Miyagi)
ในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวจากทั่วประเทศญี่ปุ่นและทั่วโลกไปท่องเที่ยวที่ 2 สถานที่นี้มาก ทั่วทั้งเมืองประดับตกแต่งไปด้วยโคม 5 สี(Tenzaku) ขบวนพาเหรด แสงสี และต้นไผ่ที่รอคอยการแขวนคำอธิษฐาน ทำให้ทั้งเมืองคับคั่งคับคั่งไปด้วยผู้คน
บรรยากาศงานเทศกาลที่เซ็นได
บรรยากาศงานเทศกาลที่ฮิราทซีกิ
เด็กฝรั่งใส่กิโมโน น่ารักจัง >o<
ปัจจุบันชาวญี่ปุ่นไม่ได้เขียนคำอธิษฐานให้กับเจ้าหญิงและหนุ่มเลี้ยงวัวเพียงอย่างเดียว แต่เขียนคำอธิษฐานให้ตัวเองและผู้อื่นด้วย โดยเฉพาะคนรัก ในวันทานาบาตะ ในเมืองจะมีเทศกาลฤดูร้อน มีการออกงานต่างๆ ในตอนค่ำ คู่หนุ่มสาวก็จะใส่ชุดประจำชาติออกไปเที่ยว และมีดอกไม้ไฟ
ประเทศญี่ปุ่นนับว่าเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีสีสันทั้งด้านธรรมชาติ ทรัพยากร ภาษา และวัฒนธรรม ทุกฤดูไม่เคยเว้นว่างนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ทานาบาตะก็เป็นหนึ่งในวัฒนธรรมอันเป็นอมตะ แม้เวลาจะผ่านไปหลายร้อยปีญี่ปุ่นก็ยังสามารถดำรงวัฒนธรรมประจำชาติเอาไว้ได้ สมควรที่ประเทศไทยจะเอาเป็นแบบอย่าง
@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@
เป็นอย่างไรบ้างครับสำหรับความรู้ที่ได้รับ บางคนอาจจะไม่เคยรู้ว่าทานาบาตะก็มีที่ประเทศอื่นด้วย ก็ขอจบบทความเพียงเท่านี้นะครับ อีกนานกว่าจะได้เขียนเรื่องราวเกี่ยวกับประเทศญี่ปุ่นอีก
วันนี้คุณอธิษฐานอะไรแล้วหรือยัง?
ขอบคุณสำหรับภาพจากงานกระดาษสวยๆ ภาพท้องฟ้า ดาวทั้งสอง จาก kp.ac.th
ภาพกลุ่มดาวหงส์จาก SpaceW.com
ข้อมูลจาก หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ ฉบับวันที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2551
kp.ac.th Arthuran.com Jan-Tanoshii: Bloggang Sukumal และ Tanabata, Qi Xi, Chilseok จาก Wikipedia






ขอบคุณสำหรับรายละเอียดครับ
...................................
ขอเสร็จละ
ข้อมูลเพียบ / ภาพประกอบสวยจ้า
แต่ว่าพี่ดูโหลดหน้าได้ไม่ครบ ไว้มาดูพรุ่งนี้อีกรอบนะ
#1 By ตุ้มเป๊ะ on 2008-07-07 23:02