OlympicBanner1

 

พลุหลากสีถูกจุดเหนือสนามกีฬา จาก Dallasnews.com 

 

วันที่ 8 สิงหาคม พุทธศักราช 2551 เป็นวันที่ชาวไทย ชาวจีน และชาวโลกทุกพงศ์ทุกเชื้อสาย ได้มีโอกาสชมพิธีเปิด "มหกรรมกีฬาโอลิมปิก ครั้งที่ 29" หรือ "ปักกิ่งเกมส์"  ณ กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งเป็นงานที่ทุกคนรอคอยและใจจดใจจ่อชมมากที่สุด เป็นเวลาเกือบสี่ชั่วโมง!! ตั้งแต่สิบเก้านาฬิกาบวกลบนิดหน่อย จนถึงเวลาประมาณห้าทุ่มสิบนาที (ตามเวลาประเทศไทย)

 

พิธีเปิดครั้งที่ ยิ่งใหญ่อลังการมาก ทั้งการแสดงและแสงสีเสียง ติดตาติดใจชาวโลกจนลุกออกจากที่นั่งไม่ได้ แทบพูดได้ว่าถึงแม้จะปวดห้องน้ำก็ขอแตกตรงนี้ล่ะ  ประเทศจีนทำอะไรเราคาดไม่ถึงจริงๆ สร้างความประหลาดใจคนทั้งโลกได้ทุกเรื่อง สมแล้วที่คณะกรรมการโอลิมปิกตัดสินให้จีนเป็นเจ้าภาพการแข่งขันครั้งนี้ เรามาดูกันว่าคนทั้งโลกประทับใจอะไรในพิธีเปิดครั้งนี้บ้าง มาดูกันเลยครับ

 

(อ้อ! เกือบลืม ขอต้อนรับสู่เอ็นทรี่ที่ยาวที่สุดของผมครับ โปรดอ่านจนจบด้วยนะครับ)

 

 

1. พิธีเปิดครั้งใหญ่สุด

 

พลุสีสันสวยงามเหนือสนามกีฬาโอลิมปิก (สำนักข่าวซินหัว)

 

พิธีเปิดครั้งนี้ จีนทุ่มงบประมาณถึงหลายร้อยล้านล้านบาท ซึ่งมากกว่างบประมาณ 1 ปีของประเทศไทยมาก! ซึ่งถ้าหากจีนมีงบประมาณไม่มากไปกว่านี้สักร้อยเท่าพันเท่าก็คงไม่สามารถทำได้ จีนเตรียมการมาตั้งแต่ปี 2546 ในการก่อสร้างอาคารแข่งขันกีฬาต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น สนามกีฬาแห่งชาติ หรือ สนามรังนก และ สระว่ายน้ำแห่งชาติ ใช้เวลาฝึกซ้อมนานกว่า 10 เดือน จนออกมาเป็นพิธีเปิดที่สวยงามที่สุด จนได้รับการยกย่องว่า เป็นพิธีเปิดกีฬาโอลิมปิกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา

 

นายหวังฉีซัน นายกเทศมนตรีกรุงปักกิ่งได้กล่าวไว้ว่า "หากพิธีเปิดงานสามารถผ่านไปได้ด้วยดี ก็ถือว่าการจัดงานโอลิมปิกครั้งนี้สำเร็จไปแล้วกว่าครึ่ง" ซึ่งผมก็เห็นด้วยกับคำกล่าวของท่าน เพราะว่าพิธีเปิดก็เปรียบเสมือนหัวใจของสัตว์ที่มีหัวใจเป็นเครื่องสูบฉีดเลือดทั้งหลาย ถ้าหากหัวใจไม่เต้นแล้วเลือดจะเคลื่อนที่ได้หรือ? เหมือนกับพิธีเปิด ถ้าไม่มี การแข่งขันจะดำเนินได้หรือ นักกีฬาที่ไม่ได้ชมสีสันอันตระการตาของพิธีเปิดย้อมใจจะมีกำลังใจแข่งขันไหม ในสมัยก่อน ในสมัยกรีกโบราณที่มีการเริ่มต้นจัดการแข่งขันครั้งนี้ ก็คงมีงานเลี้ยงนักกีฬาเล็กๆ เป็นการให้กำลังใจนักกีฬาเหมือนกัน ซึ่งได้กลายเป็นพิธีเปิดการแข่งขันอันยิ่งใหญ่ในที่สุด

 

 

 

2. ใช้คนเป็นชุด มากกว่าพันคน

 

Photo: Drummers are pictured during the Opening Ceremony

ชายนับพันคนกำลังตีกลองศึกโบราณซึ่งทำให้เกิดแสงสีขาว

เป็นจังหวะ (เว็บไซต์ทางการ)

 

เนื่องจากประเทศจีนมีประชากรมากกว่า 1,500 ล้านคน ซึ่งคิดเป็น 1 ใน 4 ของจำนวนประชากรโลก ทำให้จีนใช้จำนวนนักแสดงในพิธีเปิดมหกรรมกีฬาโอลิมปิกของตนเป็นจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นผู้ชายและก็น่าจะเป็นทหารด้วย เพราะเสียงดังกึกก้องเหลือเกิน เพราะมีจำนวนนักแสดงมากเหลือเกิน จึงต้องฝึกซ้อมกันนานมากถึง 10 เดือน ซึ่งเหล่านักแสดงต้องมีความพร้อมเพรียงกัน การแสดงจึงออกไปได้สวย

ตัวอย่างเช่น เหล่านักแสดงที่ทำหน้าที่ตีกลองศึกโบราณ มีจำนวนมาก แต่ก็สามารถใช้ฝ่ามือตีกลอง(ซึ่งทำให้เกิดแสงแบบ LED ขึ้นมา) เป็นรูปต่างๆ ได้ ซึ่งต้องอาศัยความพร้อมเพรียง และความจำ ถึงจะสวยงามได้ขนาดนี้ แสดงว่า นอกจากคนจะเยอะแล้ว ยังมีสติปัญญาดีอีกด้วย อย่าประมาทคนจีนเชียวล่ะครับ

 

 

ดูสิ แถวยาวขนาดนี้ คนจะเยอะขนาดไหน (สำนักข่าวซินหัว)

 

3. สีสันอันเจิดจ้า

 

 

พลุหลากสีตระการตาผู้ชมทั้งในสนาม นอกสนาม และนอกจอ!

(ทรูไลฟ์)

 

  

รอยเท้าทั้ง 29 รอยเหนือท้องฟ้ากรุงปักกิ่ง

 

พิธีเปิดครั้งนี้ จีนใช้พลุถึง 2 หมื่นกว่าลูกในการสร้างความประทับใจให้แก่ผู้ชมและนักท่องเที่ยว จีนซึ่งเป็นประเทศที่คิดค้นดอกไม้ไฟเป็นชาติแรกย่อมไม่น้อยหน้าที่จะสร้างดอกไม้ไฟที่แปลกใหม่ให้ดีที่สุด โดยเฉพาะพลุรูปรอยเท้าซึ่งถูกจุดตั้งแต่นอกเมืองผ่านสถานที่สำคัญภายในกรุงปักกิ่งก่อนจะมาสิ้นสุดที่สนามกีฬารังนก แต่ละรอยแทนกีฬาโอลิมปิกซึงถูกจัดมาแล้ว 28 ครั้ง และรอยสุดท้ายที่มาหยุดที่สนามกีฬาก็หมายความว่า "กีฬาโอลิมปิกได้มาถึงปักกิ่งแล้ว" ที่ประทับใจก็คือตอนที่เขาถ่ายจากอากาศ กล้องแทบจะไม่สั่นเลย แถมยังถ่ายได้สวยมากๆ พลุรูปเท้าถูกจุดขึ้นมาและระเบิดออกช้าๆ เหมือนดอกเห็ดเลย เหมือนเทคนิคภาพยนตร์มากกว่าของจริงนะเนี่ย

 

หมายเหตุ!: ล่าสุด จีนได้ออกมาเปิดเผยว่า พวกเขาได้แอบเอาวิดีทัศน์ตัดต่อของดอกไม้ไฟเข้ามาแทรกในการถ่ายทอดสด รวมทั้งพลุรูปเท้าที่ผมบอกว่าถูกจุดขึ้นมาเหมือนดอกเห็ดด้วย เนื่องจากสภาพอากาศที่ไม่ค่อยดีมีเมฆมาก เกรงว่าภาพพลุจะไม่สวย และเป็นอุปสรรคต่อการถ่ายจากอากาศด้วย จึงใช้วิดีทัศน์ตัดต่อ ซึ่งใช้เวลาทำถึง 1 ปี (มิน่าล่ะทำไมมันเหมือนเทคนิคภาพยนตร์นัก แล้วนี่ผมควรจะดีใจหรือเสียใจเนี่ย  เทคนิคแบบนี้เอาไปสร้างภาพยนตร์ได้เป็นเลิศ )

 

 

4. การแสดงอันตระการตา

 

การแสดง ถือเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ของพิธีเปิดกีฬาโอลิมปิก เปรียบเสมือนหลอดเลือดที่คอยส่งสารอาหารไปทั่วร่างกาย จีนเป็นชาติที่รุ่งเรืองในด้านการแสดงต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นละคร รำ งิ้ว ฯลฯ ย่อมคิดการแสดงที่สวยงามจนภาพสามารถติดตาผู้คนไปได้ทั้งโลก ซึ่งก็เป็นจริงตามนั้น การแสดงในพิธีเปิดยกให้เป็นอันดับสองรองจากการจุดคบเพลิง ล้วนเต็มไปด้วยความตระการตา เทคนิคพิเศษ และจิตวิญญาณนักแสดงที่อยู่ภายในชาวจีนทุกๆ คน ยังจำกันได้ไหมเอ่ยว่ามีการแสดงอะไรบ้าง  

 

 นักแสดงนับถอยหลังถึงเลขสาม (สำนักข่าวซินหัว)

เหล่านักตีกลองโบกแท่งไฟไปมา แล้วข้อความอันเป็นมิตรก็ปรากฏ

ตัวขึ้น (สำนักข่าวซินหัว)

 

1. การนับถอยหลัง นักตีกลองประมาณพันกว่าคนตีกลองนับถอยหลังสู่เวลามงคล วันที่ 8 เดือน 8 ปี 2008 8 นาฬิกา 8 นาที 8 วินาที โดยเริ่มจากคลื่นไฟไปมาแล้วนับ 60... 50... 40... 30... 20... 10... 9... 8... 7... 6... 5... 4... 3... 2... 1... จนพลุถูกจุดขึ้น สร้างความประทับใจเป็นอันดับแรกให้กับผู้ชม โดยอาศัยความพร้อมเพรียงและความจำเป็นหลัก หลังจากนั้นพวกเขาก็ร้องเพลง แกว่งแขน แล้วแกว่งแท่งไฟสีแดงไปมาเป็นรูปร่างคล้ายเปลวเพลิงในความมืด

หลังจากนี้ก็มีการจุดพลุรูปรอยเท้าขึ้น

 

Photo: An artist performs during the Opening Ceremony 

   

Photo: Olympic rings emit a halo-like glow

นางฟ้า และวงแหวนทั้งห้า

(สำนักข่าวซินหัว ทรูไลฟ์ และเว็บไซต์ทางการ)

 

2. ปักกิ่งยินดีต้อนรับ เป็นการแสดงที่สอง เหล่านักตีกลองขยับไม้ขยับมือและโบกแท่งไฟสีแดงด้วยลีลาอันห้าวหาญ พร้อมกับการปรากฏของข้อความ "Welcome my friends" เหล่านางอัปสรพากันโบยบินมาร่ายรำ และปรากฏภาพ 3 มิติคอมพิวเตอร์เป็นรูปห้าห่วงสีขาวเปล่งรัศมีเจิดจ้าบนพื้น จากนั้นมันก็ลอยขึ้นช้าๆ อย่างน่าประหลาดใจ เหมือนมันเป็นกระดาษที่ถูกลมพัดขึ้น เปล่งความเจิดจ้าครั้งสุดท้าย แล้วหายไป

หลังจากนี้ก็เป็นการเชิญธงชาติจีนขึ้นสู่ยอดเสา หนังสั้นแสดงการทำกระดาษและหมึกในสมัยโบราณ

 

Photo: A display is shown

การแสดง "การวาด" (สำนักข่าวซินหัว และเว็บไซต์ทางการ)

 

3. การวาด เป็น 1 ใน 4 สิ่งมหัศจรรย์ทางวัฒนธรรมของจีน โดยปรากฏม้วนกระดาษขนาดยักษ์ ปรากฏเป็นภาพวาดทิวทัศน์ของจีน แล้วมีนักแสดงในชุดดำออกมาร่ายรำและวาดภาพด้วยสีดำ จนกลายเป็นภาพวาดชื่อดังของจิตรกรจีนในสมัยก่อน แล้วจึงล่องลอยหายไป ระหว่างนั้นก็มีนักแสดงชายทำการบรรเลงขิมโบราณซึ่งมีความไพเราะมาก

 

Photo: Artists perform during the Opening Ceremony

"นักอาลักษณ์" เริงระบำ (สำนักข่าวซินหัว และเว็บไซต์ทางการ)

 

4. การเขียน อักษรจีนมีความเป็นมาช้านาน ก่อนที่ญี่ปุ่น เกาหลี มองโกล และเวียดนามจะนำไปใช้บ้าง เริ่มด้วยการปรากฏตัวของเหล่านักแสดงผู้มีพู่กันจีนมัดอยู่ข้างหลังแทนหอก และถือโครงไม้สีน้ำตาล เริงระบำด้วยของสองสิ่งนั้น เป็นการแสดงถึงแสนยานุภาพของการเขียนจีน

 

Photo: Movable-type printing

Photo: Artists underneath movable boxes perform

แท่นพิมพ์ขยับขึ้นลง ก่อนที่จะโผล่ออกมาเป็นนักแสดง (เว็บไซต์ทางการ)

 

5. การพิมพ์ จีนเป็นประเทศแรกที่คิดค้นการพิมพ์ขึ้น โดยเป็นประเทศแรกที่สร้างเครื่องพิมพ์ เมื่อ "การเขียน" จบ เหล่านักอาลักษณ์ก็หลีกออกไป ปรากฏแท่นพิมพ์ขนาดยักษ์หลายแท่น ด้านบนมีตัวอักษรสลับนูนขึ้นมา ขยับขึ้นลงตามจังหวะ เป็นคลื่นและปรากฏเป็นตัวอักษรต่างๆ ตอนแรกคิดว่าเป็นการควบคุมโดยคอมพิวเตอร์ แต่แล้วก็ปรากฏภาพดอกท้อ และฝาแท่นก็เปิดออกมีมือชูกิ่งท้อโผล่ออกมา แล้วนักแสดงที่อยู่ภายในนั้นก็โผล่ออกมาโบกมือ สร้างความประหลาดใจเป็นอย่างยิ่ง (ดูด้านบนจะไม่เห็นขา แต่ถ้าด้านข้างอาจเห็นมากกว่าขา!? )

 

 

 

 Photo: Puppets appear in the Chinese opera performance

การแสดง "อุปรากร" อันยิ่งใหญ่ (เว็บไซต์ทางการ)

 

6. อุปรากร ประเทศจีนมีการแสดงอยู่มากมาย หนึ่งในนั้นก็คือหุ่นไม้ ในพิธีเปิดครั้งนี้เป็นการแสดงเกี่ยวกับเรื่องราวของสามก๊ก ซึ่งใช้คนแบกเวทีเป็นจำนวนมาก แปรขบวนเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ซึ่งนอกจากจะมีนักเชิดหุ่นแล้ว ยังมีนักดนตรีอีก 8 คน และเวทีอันหนักอึ้ง แบกไหวไหมเนี่ย  นอกจากนี้ การแสดงนี้ยังเป็นการเชิญชวนให้ชาวต่างชาติเข้าชมการแสดงภายในโรงละครแห่งใหม่ของจีน (ไข่ลอยน้ำ)

 

 

 Photo: A dancer performs during the Opening Ceremony

นักวาดลีลาหญิงร่ายรำ (เว็บไซต์ทางการ) 

 

7. เส้นทางสายไหม เนื่องจากเส้นทางสายไหม เป็นเส้นทางการค้าสำคัญของจีนในสมัยก่อน ซึ่งเชื่อมต่อหลายประเทศในเอเชียไปจนถึงยุโรป จีนจึงแสดงความเคารพในเส้นทางศักดิ์สิทธิ์นี้ด้วยการจัดชุดแสดง "เส้นทางสายไหม" ขึ้น โดยมีหญิงสาวในชุดผ้าไหมสีเหลืองและเขียวออกมาร่ายรำ ไม่เพียงเท่านั้น เธอยังยืนอยู่บนเวทีที่แบกโดยชายชาตรีในชุดสีเขียวกว่าร้อยคน กระนั้น พวกเขาก็ไม่เจ็บ(แน่สิ ร้องว่าปวดงานพังแน่) เธอผู้ยืนอยู่ท่ามกลางเวทีก็วาดลีลาแบบนักยิมนาสติก (เธออาจเป็นนักยิมนาสติกลีลา) สะบัดผ้าไหมสีเขียวไปมาอย่างสง่างาม เธอต้องแข็งแรงมากแน่ๆ ถึงสามารถสะบัดผ้าได้แรงขนาดนี้ อย่าคิดทำมิดีมิได้กับเธอนะ มิฉะนั้นอาจมีอันเป็นไป เหอะๆ

 

Photo: Performers with sailing boats are pictured 

การแสดงอันตระการตาของเจิ้งเหอ เทียบได้กับกระบวน

พยุหยาตราของไทยเลยก็ว่าได้ (เว็บไซต์ทางการ และ

ภาพล่างจาก Dallasnews)

ภาพวาดเข็มทิศโบราณที่ใช้ในการเดินเรือ จาก Oceanatlas.org

 

8. เจิ้งเหอ นักสำรวจผู้ยิ่งใหญ่ เจิ้งเหอ ขันทีผู้ออกสำรวจโลก ได้ทำการติดต่อค้าขายกับชาติตะวันตกเป็นคนแรก เป็นผู้เบิกทางเส้นทางสายไหมทางทะเล ชาวจีนเชื่อว่าเขาเป็นผู้ค้นพบทวีปอเมริกาด้วย ในการแสดงชุดนี้เริ่มต้นด้วยขบวนของเหล่าชายหนุ่มในชุดสีน้ำเงินสด ถือไม้พายสีเหลือง เมื่อตั้งแถวเป็นเส้นตรงก็จะเห็นเป็นรูปเรือหลายลำ ส่วนเสื้อของพวกเขาก็คือทะเล เมื่อพวกเขาเดินไปข้างหน้า เรือก็ดูเหมือนเคลื่อนไหวไปด้วย ยิ่งพวกเขาโยกไม้พายไปด้านซ้ายขวา ก็ยิ่งมีชีวิตชีวามากขึ้น สุดท้าย เจิ้งเหอก็ปรากฏตัวขึ้น ชูเข็มทิศโบราณขึ้นมา ประกาศศักดาจีน!

 

 

 Photo: Women in Tang dynasty costume

Photo: Dancers perform

Photo: A performer looks on

เหล่าสนม นางใน ร่ายรำอยู่เบื้องล่าง ส่วนขุนนางบรรจงนั่งและ

กุมเครื่องดนตรีอยูบนเสาสูงกว่า 30 ต้น

(สำนักข่าวซินหัว และเว็บไซต์ทางการ)

 

9. ประกาศศักดาราชสำนักจีน กว่าห้าพันปีจีนมีการเปลี่ยนราชวงศ์อยู่หลายครั้ง มากกว่าไทยเสียอีก! โดยจีนนั้นภูมิใจในราชสำนักของตน โดยเฉพาะจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ จิ๋นซีฮ่องเต้ จักรพรรดิผู้สร้างกำแพงหมื่นลี้ และซูสีไทเฮา จอมจักรพรรดินีจีน มีนักแสดงหญิงสวมชุดสีน้ำเงินและชมพูร่ายรำอยู่เบื้องล่าง มีแท่นคล้ายฐานเสามีขุนนางในชุดสีน้ำเงินนั่งอยู่พร้อมเครื่องดนตรี แล้วทันใดนั้น แท่นก็ยกตัวสูงขึ้น กลายเป็นเสาสูงสีแดงกว่า 30 ต้น มีขุนนางอยู่ด้านบน น่าตื่นเต้นมาก

 

 

Photo: A young dancer suspended in midair

เด็กหญิงลอยอยู่กลางท้องฟ้า กับว่าวจีนโบราณ (เว็บไซต์ทางการ)

 Photo: Taiji performance of the opening ceremony

Photo: Lang Lang plays the piano

Photo: Lang Lang plays the piano

Photo: Dancers with lights perform

หลางหลางบรรเลงเปียโนร่วมกับเด็กหญิง รายล้อมด้วยเหล่า

มนุษย์กบ (เว็บไซต์ทางการ)

 

10. ดนตรี จีนเป็นประเทศที่มีชื่อเสียงทางด้านดนตรี ไม่ว่าจะเป็นเครื่องดนตรีของตะวันตกหรือตะวันออก ในคราวนี้ จีนจะประกาศให้โลกรู้ว่าจีนก็มีความสามารถในด้านเครื่องดนตรีตะวันตก จึงมีหลางหลาง นักเปียโนชื่อดังของโลกชาวจีน มาร่วมบรรเลงเพลงเปียโน "เชื่อมใจชาวโลก" มีเด็กหญิงคนหนึ่งนั่งอยู่ข้างๆ (อาจเป็นลูกสาว) ไม่ได้มีเพียงแค่นั้น ยังมีเหล่านักแสดงสวมชุดสีเขียวตั้งแต่หัวจรดเท้า มาร่ายรำรอบๆ ด้วย แสงสีที่ส่องกระทบทำให้ชุดของพวกเขาดูเปลี่ยนสีได้ ไม่เพียงเท่านั้น ชุดของพวกเขายังมีแสงในตัว เปล่งออกมาเป็นดาวเล็กๆ เหมือนดวงดาวสวยงาม ตบท้ายด้วยเด็กหญิงเล่นว่าวจีนกลางอากาศ

 

 

 

 

เหล่านักแสดงแปรขบวนเป็นรูปวงกลม การแสดงของพวกเขา

ผสมผสานทุกแขนงแห่งการต่อสู้

(สำนักข่าวซินหัว)

 

11.ศิลปะการต่อสู้ จีนขึ้นชื่อเรื่องศิลปะการต่อสู้ไม่แพ้เทควันโด ยูโด ไอคิโด มวยปล้ำของเกาหลีและญี่ปุ่น มีหลายอย่าง เช่น ไทเก๊ก มวยจีน ฯลฯ ในที่นี่เริ่มแรกมีเด็กๆ นักเรียนนั่งอยู่ตรงกลาง กำลังหัดเรียนเรื่องเกี่ยวกัยธาตุทั้งห้า เหล่านักแสดงในชุดขาวก็เข้ามา แปรขบวนเป็นวงกลมล้อมรอบเด็กๆ แล้วเริ่มวาดท่ากำลังภายในไทเก๊ก และศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสานตามความเชื่อของลัทธิเต๋าว่าด้วยธาตุทั้งห้า ดิน น้ำ ไฟ ไม้ ทอง โดยทุกท่าจะต้องมีความสมดุลกัน ออกมาได้สวยงามมากๆ

และก็มาถึงการแสดงสุดท้าย...

 

 

 

การสำรวจอวกาศ ความใฝ่ฝันอันยิ่งใหญ่ของจีน จุดแสงจางๆ

เบื้องหลังทำให้ดูเหมือนล่องลอยอยู่กลางอากาศ (ทรูไลฟ์)

Photo: Pictures of children are displayed

รอยยิ้มนับร้อยของเด็ก ความฝันของโอลิมปิก (เว็บไซต์ทางการ)

Photo: A two-story globe emerges from beneath the stage

 Photo: An art performance of the 'Beautiful Olympics'

Photo: Presentation of the Beijing Olympic Games' theme song

ลูกกลมยักษ์โผล่ขึ้นมาจากพื้น เปลี่ยนสีสวยงาม นักแสดงร่ายรำล้อมรอบ

บนสุดคือนักร้องประสานเสียง พร้อมด้วยแสงสี

 (เว็บไซต์ทางการ กับ ทรูไลฟ์)

 

12. ความฝัน การแสดงสุดท้ายของพิธีเปิด เป็นการแสดงที่ประทับใจที่สุด เริ่มด้วยนักบินอวกาศ สื่อถึงความใฝ่ฝั่นของจีนที่ต้องการเป็นมหาอำนาจด้านการสำรวจอวกาศ โดยเฉพาะตอนนี้จีนอยากเหยียบดวงจันทร์ ซึ่งเป็นการประกาศศักดาว่า "ลูกของจิ๋นซีได้มาเหยียบดวงจันทร์แล้ว!!" ต่อมาก็มีลูกกลมๆ โผล่ขึ้นมาจากพื้น เปลี่ยนจากสีฟ้าแต้มเขียวซึ่งสื่อถึงโลกไปเป็นสีเหลืองของดวงอาทิตย์ และเป็นภาพนักกีฬาได้ (เปลี่ยนได้ทุกสีแหละ) รอบๆ มีนักแสดงวาดลีลาสเก็ตซ์วนตาม/ทวนเข็มสลับกันทีละชั้น ด้านบนก็คือหลิว ฮวน นักร้องเพลงป๊อปชื่อดังของจีน และซาราห์ ไบร์ทแมน นักร้องสาวเสียงดีผู้ชื่นชอบร้องเพลงร็อคและคลาสสิกจากสหราชอาณาจักร ร่วมกันร้องเพลง "One World One Dream" เพลงประจำกีฬาโอลิมปิกครั้งนี้ ไพเราะมาก ระหว่างนั้นเด็กๆ ที่มาจาก 56 ชนเผ่าก็ชูป้ายแปดเหลี่ยมที่มีรูรอยยิ้มของทารก เด็ก และวัยรุ่นจากทั่วโลก น่าประทับใจมาก บวกกับแสงสีเสียงก็ยิ่งน่าประทับใจขึ้นไปอีก

 

สรุปแล้วการแสดงนี้น่าประทับใจมาก มากกว่าพิธีเปิดครั้งไหนๆ แต่น่าเสียดายที่ไม่มีตัวนำโชค "ฝูหวา" ทั้ง 5 มาแสดง เจ้าภาพครั้งหน้า ประเทศอังกฤษ คิดหนักหน่อยนะ สู้สู้!

 

หมายเหตุ: ใต้สนามต้องมีห้องลับแน่ๆ เป็นห้องสำหรับเปลี่ยนชุดการแสดง แล้วก็โผล่ออกมาเวลาที่ไฟปิด คนจะได้ไม่สังเกตเห็น เป็นเทคนิคที่ดีมาก

 

5. ความเป็นจีน

ถึงแม้จะเป็นชาติที่เจริญและเป็นมหาอำนาจ แต่จีนก็ยังคงอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีของตนไว้ในกีฬาโอลิมปิกครั้งนี้ด้วย ตั้งแต่สถาปัตยกรรมของสถานที่แข่งขัน ไปจนถึงศิลปะการแสดงที่ได้กล่าวไปแล้ว 

 

ภาพสนามกีฬาแห่งชาติกรุงปักกิ่ง จาก Timeofmalta.com

คบเพลิงโอลิมปิก จาก Geekologie.com

ยกตัวอย่างเช่น สนามกีฬาแห่งชาติกรุงปักกิ่ง หรือที่คนไทยเรียกว่า สนามรังนก หรือที่ชาวต่างชาติเรียกว่า Bird's Nest Stadium เป็นสถาปัตยกรรมโครงข่ายคานเหล็กสอดประสานรอบๆ อัฒจันทร์จนดูคล้ายกับรังนก จุคนได้กว่า 91,000 คน เส้นสายของโครงเหล็กเหมือนลายเส้นของจีนหรือหัตถกรรมของจีนเลยทีเดียว  

อีกอย่างหนึ่งก็คือ คบเพลิงโอลิมปิกที่เห็นอยู่นี่นะครับ มีชื่อว่า "เมฆแห่งคำสัญญา" โดยคำว่า "เมฆ" มาจากลวดลายของคบเพลิง ซึ่งสื่อถึงศิลปวัฒนธรรมประเพณีของประเทศจีน เพราะเมฆมักจะปรากฏอยู่ในภาพวาดโบราณของจีน ส่วน "คำสัญญา" ก็มาจากรูปทรงของคบเพลิงที่คล้ายม้วนสาส์น ซึ่งสาส์นแสดงถึงข้อความที่ชาวจีนให้สัญญากับทั่วโลกว่า "เราจะทำโอลิมปิกครั้งนี้ให้ดีที่สุด เพื่อประโยชน์สุขของมหาชนชาวโลก" อีกทางหนึ่งก็คือ แสดงถึงประวัติศาสตร์ของจีนที่ครั้งหนึ่งเคยใช้ม้วนกระดาษเป็นสารส่งไปตามแว่นแคว้นทั่วหล้า เพื่อแสดงความเป็นมิตรและร่วมเป็นอาณาจักรอันหนึ่งอันเดียว

 

Photo: The Chinese national flag arrives

ทหารจีนยุคใหม่แบกธงไป "โบกตึก" (สำนักข่าวซินหัว และ เว็บไซต์ทางการ)

ที่ชื่นชอบอีกอย่างหนึ่งก็คือ ทหารจีน จากที่ได้ดูการถ่ายทอดสด พวกเขาเป็นส่วนหนึ่งของพิธีเปิด และส่วนหนึ่งก็น่าจะแสดงอยู่ในการแข่งขันด้วย (เพราะจีนคงไม่รู้ว่าจะหาผู้ชายเยอะๆ ได้ที่ไหน จึงใช้ทหารในการแสดง ดีทีเดียว) ท่าทางของพวกเขาอาจหาญ เก่งกาจ แข็งแกร่ง การเดินของพวกเขาสง่างามราวกับราชสีห์ ไม่มีกองทัพใดยิ่งใหญ่ไปกว่าจีนอีกแล้วไม่ว่าจะในอดีตหรือปัจจุบัน  

 

6. การเดินขบวนของเหล่านักกีฬาจาก 204 ประเทศ 

 

Photo: Members of the Greek Olympic Delegation

ประเทศแรก ฮูเร! (เว็บไซต์ทางการ)

Photo: Members of the Olympic Delegation of Spain

คณะนักกีฬาจากสเปน (เว็บไซต์ทางการ)

 Photo: Members of the Olympic Delegation of Great Britain

คณะนักกีฬาจากสหราชอนาจักร (เว็บไซต์ทางการ)

Photo: Chinese Olympic Delegation parade into the National Stadium

คณะนักกีฬาของจีนเอง มาเป็นอันดับสุดท้าย (เว็บไซต์ทางการ)

 

นี่เป็นส่วนที่ใช้เวลานานที่สุดในพิธีเปิดมหกรรมกีฬาโอลิมปิก คือประมาณ 2 ชั่วโมง ประกอบด้วยประเทศที่เข้าร่วมแข่งขัน 204 ประเทศ(ได้ยินดีจากผู้พากย์การแข่งขันเองเลย) โดยลำดับของขบวนจะเรียงลำดับตามตัวอักษรจีน (ไม่ใช่ตัว abc หรือตัวพินยิน แต่เป็นจำนวนขีด) ประเทศกรีซเป็นประเทศแรก ส่วนประเทศไทยของเราเป็นประเทศที่ 145 ต่อจากตุรกีและก่อนอียิปต์ มีนักกีฬา 51 คน เข้าร่วม 13 ชนิดกีฬา มีวรพจน์ เพชรขุ้ม เป็นผู้ถือธง และประเทศสุดท้ายก็คือจีน ที่มีมากกว่า 500 คน มากกว่าใครเลย มาเป็นอันดับสุดท้าย มีประเทศเล็กๆ ที่ไม่รู้จักมากมายเข้าร่วมด้วย ก็มักจะมีประเทศละ 3-4 คน ขนาดกลางก็มากกว่า 10 แต่ไม่เกินร้อย

Photo: Yao Ming leads members of the Chinese Olympic Delegation

เหยา หมิง กับแฮร์รี่ พอตเตอร์เด็กชายผู้รอดชีวิต

(เว็บไซต์ทางการ)

และที่น่าประทับใจ ก็คือเหยา หมิง นักบาสเก็ตบอลชื่อดังของจีนที่เล่นใน NBA ได้เป็นผู้ถือธงชาติจีนตามความคาดหวังของหลายๆ คน และที่น่าประทับใจไปกว่านั้น ก็คือผู้ที่เดินเคียงข้างเหยา ก็คือเด็กน้อยอายุ 9 ขวบ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ที่ได้เข้าไปช่วยเพื่อนๆ ที่ติดอยู่ในอาคารเรียนขณะเกิดแผ่นดินไหวที่มณฑลเสฉวนเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ช่างน่าประทับใจจริงๆ

 

(หมายเหตุ: ประเทศกรีซและจีนเป็นประเทศพิเศษไม่ต้องเข้ามาตามลำดับขีด โดยกรีซเป็นชาติที่คิดค้นกีฬาโอลิมปิกจึงเป็นประเทศแรก ส่วนจีนเป็นประเทศเจ้าภาพจึงมาเป็นขบวนปิดท้าย)

 

 

7. การกล่าวเปิดการแข่งขัน และการกล่าวปฏิญาณตน

 

 

นายหลิว ฉี ประธานในพิธี กล่าวเปิดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก

ครั้งที่ 29 (สำนักข่าวซินหัว)

 Photo: Jacques Rogge walks to the podium

นายชาคส์ โรจ กล่าวแสดงความยินดีที่จีนได้เป็นเจ้าภาพ

ในการแข่งขัน (เว็บไซต์ทางการ)

 Photo: President of IOC Jacques Rogge waves

นายหู จิ่นเทา และนายชาคส์ โรจ โบกมือให้กับผู้ชม หลังจาก

กล่าวเปิดการแข่งขันแล้ว (เว็บไซต์ทางการ)

Photo: Chinese athlete Zhang Yining takes Olympic oath

นางสาวจาง อี้หนิง ตัวแทนนักกีฬา กล่าวคำปฏิญาณตนว่าจะ

แข่งขันอย่างนักกีฬา ไม่ใช้สารกระตุ้น (เว็บไซต์ทางการ)

Photo: Huang Liping takes the Olympic oath

นายหฺวาง ลี่ผิง ตัวแทนคณะผู้ตัดสินในกีฬาโอลิมปิก กล่าวคำปฏิญาณ

ตนว่าจะตัดสินอย่างยุติธรรม (เว็บไซต์ทางการ)

 

 

ส่วนที่น่าภูมิใจอย่างสุดท้าย ก่อนความประทับใจอันดับ 1 ก็คือ การกล่าวเปิดการแข่งขันของนายหลิว ฉี ประธานในพิธีเปิด การกล่าวแสดงความยินดีของนายชาคส์ โรจ ประธานคณะกรรมการโอลิมปิกสากล(IOC) การกล่าวคำปฏิญาณตนของนักกีฬาและผู้ตัดสินการแข่งขัน มันเป็นเหมือนกับการแสดงความผูกพันระหว่างชาวจีนกับคนทั้งโลก   

และในที่สุด ความประทับใจสุดยอดที่ทุกคนรอคอยก็มาถึง...

 

 

 

8. สุดยอดพิธีจุดคบเพลิง

 

  

ตัวแทนกลุ่มเด็กจาก 56 ชนเผ่า ถือธงเข้ามาในสนาม ก่อนที่จะ

มอบให้ทหารจีนทำพิธียกธงขึ้นเสา (สำนักข่าวซินหัว)

 

ย้อนไปหลายชั่วโมงก่อนหน้าการจุดคบเพลิง ระหว่างการแสดงปักกิ่งเริงระบำกับการวาด ประเทศจีนนำธงชาติของตนขึ้นเสาก่อน โดยตัวแทนเด็กจากกลุ่มเด็ก 56 ชนเผ่าเป็นผู้ถือธงจีน พร้อมกับที่พวกเขา เด็กหญิงในชุดแดง แขกผู้ใหญ่ในงาน และผู้ชมก็ลุกขึ้นและร่วมร้องเพลงประจำชาติจีน

พอมาถึง 15 นาทีก่อนการจุดคบเพลิง ก็มีการเชิญธงโอลิมปิกขึ้นเสา โดนคนเหล่านั้นไม่ใช่ใคร แต่เป็นอดีตนักกีฬาโอลิมปิกที่เคยสร้างชื่อเสียงให้ประเทศจีนมาแล้ว หลังจากนั้นก็ให้ทหารจีนชักธงขึ้นเสาตามระเบียบ

 

และแล้ว กลุ่มนักวิ่งคบเพลิงทั้ง 8 คนก็วิ่งออกมาสู่สนามตามลำดับ ได้แก่ สู ไห่เฟิ่ง จุดให้ เกา หมิน จุดให้ หลี เสี่ยวชฺวัง จุดให้ จ่าน สูกาง จุดให้ จาง จุน จุดให้ เฉิน จง นักเทควันโด้ จุดให้ ซุน จิ๋นฟาง และจุดให้ หลี่ หนิง

Photo: First torchbearer Xu Haifeng

สู ไห่เฟิ่ง

Photo: Second torchbearer Gao Min

เกา หมิน

Photo: Third torchbearer Li Xiaoshuang

หลี เสี่ยวชฺวัง

 Photo: Fourth torchbearer Zhan Xugang

จ่าน สูกาง

Photo: Fifth torchbearer Zhang Jun

จาง จุน

Photo: Taekwondo athlete Chen Zhong

เฉิน จง

 Photo: Sun Jinfang passes flame to Li Ning

ซุน จิ๋นฟาง จุดให้ หลี่ หนิง

 

และแล้ว สิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อจู่ๆ หลี่ หนิงก็พุ่งขึ้นกลางอากาศด้วยลีลาพระเอกหนังกำลังภายใน ตัวเขาลอยขึ้นฟ้า เคลื่อนไปตามด้านข้างของสนามไปทางทวนเข็มนาฬิกา โดยมีพื้นหลังเป็นลายเมฆ ผ่านไปหนึ่งนาทีก็ปรากฏคบเพลิงยักษ์ขึ้นโดยไม่มีใครสังเกตมาก่อน (คาดว่าคงปรากฏตอนที่ทุกคนหันความสนใจไปทางอื่น)

Photos: Li Ning lights up the cauldron

หลี่ หนิง พุ่งขึ้นกลางอากาศ (เว็บไซต์ทางการ)

Photo: Li Ning makes his way to light the cauldron

หลี่ลอยได้! (เว็บไซต์ทางการ)

และแล้ว หลี่ หนิงก็จ่อคบเพลิงไปที่ท่อที่ยื่นออกมา แล้ว...

 

พรึ่บ! 

Photo: Lighting the cauldron

 

อัคคีแห่งมหากีฬาครั้งนี้ลุกท่วมคบเพลิงยักษ์ พร้อมกับดอกไม้ไฟนับพันลูก สว่างโชติช่วงตรึงสายตาคนทั้งโลก!

Photo: Olympic flame lights up the sky 

 

 

การจุดคบเพลิงครั้งนี้ ทำให้กีฬาโอลิมปิกครั้งที่ 29 เป็นครั้งแรกที่มีการจุดคบเพลิงกลางอากาศ ยิ่งใหญ่ตื่นเต้นน่าระทึกใจยิ่งกว่าเอเธนส์เกมส์ สมกับที่รอคอยมานานกว่า 4 ปีจริงๆ

แล้วคุณล่ะ มีความคิดเห็นอย่างไรบ้าง

 

กด 1 สวย ดี น่าตื่นเต้น

กด 2 สวยมาก น่าประทับใจ

กด 3 ยิ่งใหญ่อลังการงานสร้างมากๆ

 

หมายเหตุ:

1. เอ็นทรี่นี้ผมใช้เวลาเขียน 3 วัน เนื่องจากต้องเขียนแข่งกับเวลา อาจมีความคลาดเคลื่อนเล็กๆ น้อย หากพบช่วยติดต่อทาง EMS บอกผมด้วยนะครับ

2. ใครมีภาพขบวนของประเทศไทย ผมขอด้วยนะครับ

 

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

อลังการมากๆครับ เจ้าภาพปีต่อๆไปคงกุมขมับ confused smile

#1 By Channel Freak on 2008-08-12 17:00

กด 123 big smile

#2 By ตุ้มเป๊ะ on 2008-08-12 18:07

อลังการมากๆ สวยตอนจุดไฟ


#3 By คนรักโอลิมปิก (125.27.229.195) on 2008-08-24 20:02

คนจีนเค้ามีความคิดที่

มีการวางแผนได้อย่างยอดเยี่ยม

อลังการสมกับประเทศมหาอำนาจของโลก

สามารถควบคุมคนนับพันให้

พร้อมเพรียงกันได้

โอลิมปิกปีนี้ไม่มีใครไม่จดจำในสิ่งที่ประจีนสร้างไว้ได้

เป็นภาพที่ประทับใจคนทั้งโลกเลยจิงจิง

ข้าวสารชอบๆ^_^

#4 By ข้าวสาร (117.47.156.57) on 2008-08-24 23:29

วันนี้พิธีปิดสร้างได้อลังการ

เหมือนกับพิธีเปิดไม่มีผิดเลย

ต้องบอกได้คำเดียวว่า

สุดยอด^O^

#5 By โอ้ว โห (117.47.156.57) on 2008-08-24 23:33