ขอต้อนรับกลับสู่ "เกาหลีที่รัก" รายการที่จะพาเที่ยวเกาหลีอย่างมีสไตล์

วันที่ 2 ของการเที่ยว ชวนลุ้นกว่าเดิม ระทึกกว่าเดิม สนุกกว่าเดิม!!

 

วันนี้ทริปสั้นๆ ครับ หน้าเดียวจบ ไม่ยืดยาวเหมือนคราวก่อนแล้ว

การเดินทางครั้งนี้มีโอกาสเก็บรูปสวยๆ เด็ดๆ มาให้ดูกันเยอะเลยครับ

ต้องขอบอกไว้ก่อนเลยว่าสวยกว่ารูปที่ได้เมื่อวันก่อนมาก

สวยชนิดที่ว่าพลาดแล้วจะเสียใจไป 5 ชาติ 7 ชาติ!!!

 

โดยรูปสวย อาจมี * กำกับ และเมื่อชี้เม้าส์ไปที่รูปจะมีข้อความขึ้นมา รับรองว่าได้เห็นแล้วต้องร้องโอ้โหแน่นอน

 

อย่างที่เกริ่นไว้แล้ว วันนี้ข้าพเจ้าได้มีโอกาสนั่งเรือชมสองฝั่งแม่น้ำฮัน แม่น้ำสำคัญของเกาหลีใต้ และยังได้ขึ้นไปชมความงดงามของกรุงโซลที่ โซลทาวเวอร์ หรือหอคอยกรุงโซลอีกด้วย แต่เอ๊ะ จิบกาแฟนี่คืออะไรหว่า หรือว่าจะเป็น...

ใช่แล้ว! วันนี้เราจะไปร้านกาแฟที่โด่งดังที่สุดในโลกกัน!!

 

โอ้! รอไม่ไหวแล้วใช่มั้ย งั้นเป็นกันเลย!!

 

 "เกาหลีที่รัก" #5 จิบกาแฟ แลแม่น้ำฮัน มหัศจรรย์โซลทาวเวอร์ 

^ ยาวโคตร

 

6.30 น. วันนี้เป็นเช้าที่อากาศสดใส อากาศเย็นกำลังดี เมืองเบื้องล่างมีหมอกลงเป็นหย่อมๆ

สำรวจสุขภัณฑ์ในห้องน้ำ ไฮเทคสุดๆ ชักโครกไฟฟ้าด้วย  

 

หลังจากอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ ก็ลงลิฟท์ ทานอาหารเช้าตามอัธยาศัย

ลิฟท์ที่นี่จะทำงานได้ต้องรูดคีย์การ์ด ถ้าไม่รูดก็ไม่ไป ฉลาดดีเนอะ!

 

วันนี้คนในกลุ่มของพวกเราบางส่วนจะไปดูงานที่โรงแรม ณ อีกฟากหนึ่งของโซล (ในที่นี้ขออนุญาตเรียกว่า โรงแรมอุบไว้ก่อน) เป็นการดูงานด้านความร่วมมือทางด้าน งึมงำๆ ระหว่าง ฯลฯ ฯลฯ

 

8.10 น. ออกเดินทางมาได้ 40 นาทีแล้ว ตั้งข้ามแม่น้ำไปฝั่งใต้ ลัดเลาะเกือบ 20 นาทีแล้วจึงเข้าคังบุกอีกครั้ง ระหว่างทางผ่านหุบเขาหลายลูก ผ่านชุมชนหลังคาสีน้ำตาล ผ่านทิวแถวของอพาร์ทเม้นต์ที่สร้างขึ้นเพื่อแก้ปัญหาการขยายตัวของประชากร ที่เกาหลีมีการวางผังเมืองดีมาก ส่วนที่กรุงเทพฯ คงไม่ต้องบอก

 

สวยมากครับพี่!

แม่น้ำในยามเช้า สะพานนับสิบทอดตัวอยู่ไกลลิบ * 

 

8.40 น. หลังจากกระเด้งกระดอนมาเกือบชั่วยาม คณะก็มาถึงทางเข้าสู่โรงแรม ซึ่งตัดขึ้นหน้าผาสูง ชั่วอึดใจหนึ่ง รถของเราได้เลียบผ่านส่วนที่กว้างที่สุดของแม่น้ำ ณ ที่นั่นเราได้เห็นแม่น้ำที่มีหมอกลงจัด ซึ่งเป็นภาพที่สวยมาก ราวกับสรวงสวรรค์แดนสุขาวดี! (แต่น่าเสียดายไม่มีรูป แย่จัง!)

 

ตอนนั้นอยากถ่ายภาพหมอกมาก แต่ไม่ได้รับอนุญาตให้ไป

พี่เอ็ดดี้ก็บอกว่าจะพาไปล่องแม่น้ำแทนละกัน

วันนั้นก็เลยอดถ่ายรูป กลับต้องไปล่องแม่น้ำแทน ไม่เห็นสนุกเลย

แหม...เสียดายอ่ะ แม้จะผ่านมานานแล้วแต่ก็ยังรู้สึกเสียดายไม่หาย _T

 

 

บรรยากาศภายในโรงแรมอุบไว้ก่อน (มีคาสิโนด้วย)

 

10.40 น. แบ่งกลุ่มออกเป็น 2 กลุ่ม ส่วนที่อยู่ดูงานก็อยู่ไป ส่วนที่จะไปล่องเรือก็นั่งรถปรับอากาศไปกับเรา

หลังจากนั้นรถก็จอดที่ป้ายรถเมล์ ต้องเดินทางต่อโดยรถไฟใต้ดิน เพราะว่ารถของเราต้องกลับไปรอที่โรงแรม

สถานีที่เราลงก็คือสถานีกวางนารู (광나루) 1 ใน 51 สถานีของรถไฟใต้ดินสายสีม่วง!

โอ้ ตื่นเต้นๆ จะได้นั่งรถไฟฟ้านอกประเทศเป็นครั้งแรกแล้ว!!!

 

  

ภาพสวยๆ ยามสายที่เก็บได้ระหว่างทาง

 

บรรยากาศภายในสถานีค่อนข้างโปร่ง คนน้อย ลึกแค่ 3 ชั้น ส่วนมากเป็นคอนกรีตกับกระเบื้อง ใช้โทนสีม่วงเป็นหลัก ไม่ติดแอร์แต่มีเครื่องฟอกอากาศ (คงเป็นเพราะอากาศข้างนอกหนาวอยู่แล้ว)  พี่เอ็ดดี้เป็นคนจัดการเรื่องเงิน นอกนั้นยังมีเครื่องจำหน่ายตั๋ว/บัตรอัตโนมัติอีกด้วย 

 

 

บรรยากาศภายในสถานีรถไฟและขบวนรถไฟ

 

พูดถึงรถไฟของที่นี่ เสียงดังมากกกกกก แต่วิ่งเร็วกว่าของเรา ประมาณ 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายในนั้นกว้างกว่าของเราไม่มาก มีที่นั่งสำหรับเด็ก สตรี คนชรา และคนในนั้นก็นั่งกันเรียบร้อย อ่านหนังสือบ้าง อ่านหนังสือพิมพ์บ้าง พูดคุยกันบ้าง แถมยังนิสัยดีให้พวกเราหลายคนนั่งอีกคน ใจดีที่สุดเลย!

 

12.05 น. หลังจากนั่งรถไฟมา 18 สถานี (ขยันนับจริ๊ง! --) ก็มาถึง...!!

 

เกาะยออึยโด!!

(여의도)

 

ยออึยโดเป็นเกาะเล็กๆ ตั้งอยู่ในฝั่งกังนัม (แน่นอนว่าลอดแม่น้ำมา) คล้ายกับเกาะรัตนโกสินทร์ของบ้านเรา คือมีคลองแยกเกาะออกจากแผ่นดินใหญ่ มีรูปร่างคล้ายพิซซ่าพัฟ หรือพระจันทร์ค่อนดวง ที่สำคัญคือมีต้นซากุระด้วย ทั้งเกาะก็มีประมาณ 1,400 ต้นได้ (แน่นอนว่ายังไม่บานหรอก อีกตั้งครึ่งปีโน้น)

 

แต่ที่น่าจดจำกว่าก็คือ ประชาชนแห่งโซลให้ความสำคัญกับเกาะยออึยโดในฐานะศูนย์รวมขององค์กรทางเศรษฐกิจที่สำคัญแห่งหนึ่งของประเทศ เพราะเกาะเล็กๆ แห่งนี้เป็นที่ตั้งของสถานที่ทางเศรษฐกิจ สังคม การเมือง อย่างเช่น ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศ สำนักงานใหญ่สถานีโทรทัศน์ MBC และที่สำคัญก็คือ ตึก 63 Building ตึกที่สูงเป็นอันดับ 3 ของประเทศ!!!

 

"ทำไมสูงน้อยจัง ใบหยกของเรายังสูงกว่า" 

หลายปีก่อน ตึกนี้เคยสูงที่สุดในประเทศ สาเหตุที่ตึกนี้ต้องมี 63 ชั้นก็เพราะเกาะนี้ตั้งอยู่ใกล้สนามบินนานาชาติกิมโพ ซึ่งประเทศเกาหลีมีกฎไว้ว่าห้ามสร้างตึกสูงๆ รอบสนามบินในรัศมีที่กำหนด สถาปนิกจึงไม่สามารถออกแบบให้ตึกสูงมากกว่านี้ได้

 

สวยมากครับพี่!

 

>> มีเรื่องตลกๆ เกี่ยวกับคณะทัวร์ที่มาเกาหลีตามกระแสซีรี่ย์เกาหลี "หนุ่มบ้านไร่ หัวใจปิ๊งรัก" ในเรื่อง มีฉากที่นางเอกมาขึ้นลิฟท์แก้วที่ตึก 63 ชั้นแห่งนี้ คนบ้านเราก็เลยนึกว่าที่นี่มีลิฟท์แก้ว แต่พอมาขอขึ้นลิฟท์แก้วที่นี่จริงๆ ก็ต้องหน้าแตก เพราะอะไรน่ะหรือ...

 

....ก็เพราะที่นี่ไม่มีลิฟท์แก้วน่ะซี่

 

ลิฟท์แก้วน่ะเขาไปถ่ายทำกันที่อื่นครับ ก็เลยหน้าแตกกันระนาว >_< 

 

 

ตายล่ะ! เม้าท์จนเพลิน เที่ยงพอดี มีอาหารกินมั้ยเนี่ย!

โชคดี เบื้องหน้าเรานี้มีร้านบะหมี่พอดี

 

แต่เป็นบา...หมี่...กึ่ง...สำ...เร็จ...รูป!!!

 

 

ฮ่าๆ

 

ที่เกาหลี เราเรียกอาหารที่มีลักษณะเป็นเส้นแบบนี้ว่า "รา-มยอน" คล้ายกับ "ราเม็ง" ของภาษาญี่ปุ่น

บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปของที่นี่ก็อร่อยดีนะ รสเผ็ดจัดจ้านจี๊ด! นอกจากจะมีบะหมี่แล้วยังมีซูชิกับไส้กรอก จะกินบะหมี่เปล่าๆ อย่างเดียวไม่อร่อยหรอก ต้องมีเนื้อมีผักด้วย 

 

หลังจากเสร็จมื้อเที่ยงแล้ว มีเวลาอีกชั่วโมงก่อนเรือจะออก จึงถือโอกาสตะลอนรอบๆ แอบถ่ายคนเกาหลีซักหน่อย ถ่ายได้เยอะพอสมควร มีทั้งคนแก่ นักธุรกิจ สาวแว่น นักเรียนหญิง สาวแว่น นักศึกษาสาวอวบอึ๋ม สาวแว่น... (สามครั้งแล้วพี่ ล่อเป้าคุณภูภู่รึไง!)

 

บางภาพก็ถ่ายทอดความรู้สึกทางมโนธรรม

อย่างภาพเหล่านี้...

 

 

ชายชรากับ 2 นักธุรกิจ

 

กับภาพนี้...

 

หญิงชรากับวัยทีน 2 คน

 

สะท้อนถึงความแตกต่างอย่างเห็นได้ชัดระหว่างคนหนุ่มสาวกับคนชรา

ไปจนถึงแนวคิดเรื่องสังขาร สะท้อนถึงกฎไตรลักษณ์ คือเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไปอีกด้วย

(มีใครคิดเหมือนผมไหมครับ )

 

สวยสาธารณะยออึยนารูที่เรายืนอยู่นี้เป็น 1 ใน 2 สวยบนเกาะนี้ มักเป็นที่สำหรับนัดพบหรือพูดคุยกันของวัยรุ่น วัยทำงาน หรือนักธุรกิจที่ทำงานอยู่บนเกาะทั้งหลาย สวน