ครบหนึ่งปีแล้ว! สำหรับการติดตามอ่านนิตยสาร "เล่มโปรด" หนึ่งใน 2 นิตยสารในเครือนานมีบุ๊คส์ที่อุทิศให้กับการถ่ายทอดความเป็นไปของ "โลกวรรณกรรม" สำหรับหนังสือ คลังความรู้ และกิจกรรมของเครือโดยเฉพาะ

 

เจ้าของบล็อกเองรู้จัก "เล่มโปรด" เป็นครั้งแรกก็ตั้งแต่ได้อ่านฉบับปฐมฤกษ์นู่นนนนนแนะ! เป็นนิตยสารที่อ่านง่าย ไว้ลายความมีสาระ เป็นนิตยสารโปรดรองจากเนชั่นแนล จีโอกราฟิก ฉบับภาษาไทย อย่างไรก็ตาม เจ้าของบล็อกก็ไม่ได้อ่านเล่มโปรดของทุกเดือนซะเมื่อไร จะซื้ออ่านก็ต่อเมื่อมีประเด็นสำคัญๆ อย่างเช่น แฮร์รี่ภาค 5 หรือความคืบหน้าของแฮร์รี่เล่ม 7 นอกนั้นจะหาอ่านเอาจากห้องสมุดโรงเรียน

แต่ที่สุดแล้ว ชีวิตก็ต้องหวนกลับมาพันผูกกับ  "เล่มโปรด" อีกครั้ง เมื่อมีใครบางคน สูงๆ หล่อๆ มาแนะนำบทความที่เขาเขียนลงในเล่มโปรดฉบับเดือนมิถุนายนเป็นฉบับแรก และด้วยความใกล้ชิดกันทางตัวหนังสือ เจ้าของบล็อกจึงลองซื้อมาอ่านดู นั่นคือจุดเริ่มต้นของวังวนที่หาจุดสิ้นสุดมิได้ระหว่าง  "ฉัน" กับ  "เล่มโปรด"

 

ก่อนที่จะอ่าน ทราบมาว่า  "เล่มโปรด" ได้ปรับรูปโฉมใหม่ให้มีขนาดเล็กกะทัดรัด พกง่ายถือสบาย ต้นทุนลด ราคาก็ลดตาม แต่หลังจากที่ได้อ่านแล้ว พบว่าเล่มโปรดไม่ได้ปรับเปลี่ยนแค่รูปลักษณ์ภายนอกเท่านั้น รูปลักษณ์ภายในก็เปลี่ยนไปด้วย! มีคอลัมน์เพิ่มขึ้นมามากกว่าเดิม อย่างเช่นเรื่องสั้น เรื่องยาว ที่แต่งโดยนักเขียนมืออาชีพ ล้วนเป็นคอลัมน์ที่น่าสนใจทั้งนั้น ส่วนของเก่าที่ตกกระป๋องไปแล้วก็ตัดออกไป ในเมื่อเล่มโปรดโฉมใหม่น่าติดตามมากขึ้นเพียงนี้ มีหรือที่จะไม่ติดตามต่อไป

เมื่ออ่านนานขึ้น ติดตามมากขึ้น ความเหนียวแน่นที่มีต่อ "เล่มโปรด" ก็ยิ่งทวีพลังมากขึ้น มากกว่าพันธะทางเคมีที่เหนียวแน่นที่สุด มาดูกันซิว่าในเล่มโปรดโฉมใหม่แกะกล่องนี้ มีคอลัมน์อะไรที่น่าสนใจบ้าง...

 

 สนุกสนานตำนานปรัมปรา  คอลัมน์นี้เป็นหน้าแรกๆ ที่ข้าเจ้าเปิดอ่านเป็นอันดับต้นๆ ไอ้นี่แหละ ที่ทำฉันท้องทำให้ฉันติดอ่านนิตยสารเล่มโปรดจนแทบสิ้นเนื้อประดาตัวจนถึงทุกวันนี้ ผู้เขียนก็ไม่ใช่ใครอื่น ท่านผู้ไม่เข้าใจโลกคนนี้นี่เอง! ตามอ่านจนจำได้เลยว่าเล่มไหนเขียนเรื่องอะไร ไม่เชื่อถามได้เลย มีทั้งตำนานกรีก-โรมัน ไทย จีน ฮินดู บาบิโลน ยุโรป พุทธ คริสต์ อ้อ! เกือบลืมอียิปต์! ได้อารมณ์ครบทั้งเสาวรจนี นารีปราโมทย์ พิโรธวาทัง สัลลาปังคพิไสย ต้องขอยกนิ้วให้ความวิริยะอุตสาหะสัจจะเมตตากรุณา...(พอเหอะ!) ของคนๆ นี้

เท่าที่อ่านน่าสนใจ ไว้ลายซึ่งสาระ หลังจากเขียนมาสักพักทีมงานคงจะเห็นว่าได้รับความนิยมจากผู้อ่านมาก จึงเพิ่มเนื้อที่เป็น 4 หน้าตั้งแต่ฉบับเดือนธันวาคม! (เห็นไหม แฟนตัวจริง!) หลังจากใช้นามปากกาขนนกมานาน จึงเริ่มใช้ชื่อจริงเขียนไปแทน

แต่เอ๊ะ! ฉบับมิถุนายนเหตุใดฝ่ายบรรณาธิการจึงเขียนเอง ข้อนี้สงสัยมาก รู้สึกใจหายกลัวว่าผู้เขียนจะติดโรค 2009 เข้า แต่พอเห็นบล็อกเริ่มทำงานใหม่ ก็โล่งใจ หวังว่าจะได้ติดตามในฉบับหน้าต่อไป

 

 ชานชาลาที่เก้าเศษสามส่วนสี่ คอลัมน์อาวุโสที่อุทิศให้กับเรื่องราวของวรรณกรรมชุด "แฮร์รี่ พอตเตอร์" โดยเฉพาะ มีมาตั้งแต่ฉบับปฐมฤกษ์ นอกจากสนุกสนานฯ แล้ว นับว่าเป็นเรื่องแรกๆ ที่ซื้อมาแล้วต้องอ่านทันที ไม่งั้นคงต้องขอยาระงับสติอารมณ์โดยเร็ว ปัจจุบันดำเนินการโดยทีมงานของ "Mugglethai.com" แฟนไซต์ที่ดีที่สุดของประเทศ!  นำข่าวสารเกี่ยวกับแฮร์รี่ฯ ที่ไม่เคยอ่านมาลงให้ตื่นเต้น เรียบเรียงบทสัมภาษณ์เหล่านักแสดง ทีมถ่ายทำภาพยนตร์ นางโรว์ลิ่ง และบุคคลอื่นๆ มาจรรโลงสมอง บางอย่างแทบไม่ได้บอกลงในหน้าเว็บไซต์ด้วยซ้ำ! ทำไม ทำไม!

ช่วงหลังๆ นี้หน้าข่าวอัพเดทช้าลงมาก รู้สึกเบื่อๆ ขึ้นมาแล้ว ตอนนี้จึงต้องขยันหาข่าวจากแฟนไซต์ต่างประเทศแทน ยังไงก็ขอกำลังทีมงานมีเวลาเขียนข่าวหน้าเว็บมาขึ้น และอย่าลืมงานเขียนในเล่มโปรดด้วยนะ!

 

 A Girl and a Doll นี่ก็เป็นนิยายเรื่องยาวเรื่องหนึ่งในเล่มโปรดที่ข้าพเจ้าคลั่งไคล้อย่างยิ่ง จากปลายปากกาของ ดร.ปอบ "ดร. ป๊อป" นักเขียนนวนิยายแนวใส่ไฟชื่อดังของประเทศไทย เจ้าของผลงานอมตะอย่าง The White Road และ Best Seller ซึ่งหลังจากอุทิศตนในการเขียนนิยายไทยแต่ตัวละครเป็นฝรั่งในเล่มโปรด เจ้าตัวก็ได้เสียตัวเปิดตัวนิยายรวมเล่ม โครงเรื่องคล้ายกันแต่แหวกแนวเล็กน้อย อย่าง Girls and a Doll ที่ตอนนี้กำลังเดินสายไปตามแหล่งวัยรุ่นต่างๆ เจ้าของบล็อกก็อยากอ่านเหมือนกัน แต่หนังสือเต็มบ้านแล้ว

จากที่ติดตามมา 12 เดือน พบว่าเรื่องราวมีการพัฒนามากขึ้นเรื่อยๆ จากชีวิตวุ่นๆ ของเด็กสาว ต้องเข้ามาพัวพันกับเหตุการณ์ปริศนา มาจนถึงวิกฤตเหนือธรรมชาติระดับจักรวาล! ฉากรักๆ ใคร่ๆ นี่ก็อ่อนหวาน พอหน่อมแน้ม แต่ฉากโหดๆ นี่ก็โหดร้ายไม่เบา ล่าสุดเฮียเป่าหัวผู้หญิงระเบิดมาแล้ว โห! เห็นภาพเลยครับ งานของเฮียโกอินเตอร์ได้เลย ถ้ามีคนมาซื้อทำเป็นหนังจะยอมไหมครับ? ด็อกเตอร์

แต่นิยายเรื่องนี้จะไม่น่าติดตาม หากขาดคุณสุดาทิพย์ ผู้วาดภาพประกอบลายเส้นแนวญีปุ่น-อเมริกันที่ถ่ายทอดเรื่องราวของแต่ละตอนได้เหมือนมาก คุณเธอถนัดการใช้สีตามอารมณ์ ลายเส้นระดับซอซงยอน (สนมซอง) น่าเคารพนับถือ

แต่จุดที่อยากติสักนิดหนึ่ง ก็คือชื่อตอนซ้ำกันหลายตอนมาก อยากให้ตั้งชื่อตอนใหม่บ้างนะครับ

 

 Game Over ขอหยุดหัวใจไว้ที่ยัยตัวร้าย เล่มโปรดเป็นนิตยสารเล่มแรกที่ "กล้า" แต่งนิยายเกาหลีขึ้นมาเอง แม้ว่าเจ้าของบล็อกจะไม่ค่อยได้ดูละครรักเกาหลีสักเท่าไร และไม่เคยคิดคลั่งไคล้ ก็พลอยอ่านไปด้วย ทำให้เจ้าของบล็อกชอบดูละครเกาหลีขึ้นมาทันใด ชื่อตัวละครก็น่ารัก โครงเรื่องก็กุ๊กกิ๊กจู๋จี่ดี ขอชื่นชมว่าผู้แต่ง (นางฟ้าขี้เกียจ) แต่งได้เหมือนเกาหลีเขียนเอง พอที่จะเป็นละครเกาหลีได้ ต้องขอถามอีกครั้งว่า ถ้ามีค่ายละครมาขอซื้อจะขายไหมครับ อิอิ

แน่นอน เรื่องราวจะไม่สนุกถ้าไม่มีภาพประกอบ คุณอิน-ทราย คุณวาดได้สวยมากเลย วาดเกาหลีก็เหมือนเกาหลีมากๆ ไม่มีเค้าของความเป็นญี่ปุ่นสักนิด วาดลีจินวูได้หล่อมากๆ ตัวละครแต่ละตัววาดตามอารมณ์และแบบแผน อยากเห็นตัวจริง!

 

 เรื่องหลอนในโรงเรียน นิตยสารสำหรับผู้รักโลกวรรณกรรมจะขาดสิ่งนี้ไปไม่ได้ นั่นก็คือ "เรื่องผี" วรรณกรรมสยองขวัญนั้นมีมาทุกยุคทุกสมัย สำหรับเล่มโปรด ตอนแรกไม่ได้จำกัดไว้แค่ในโรงเรียนเท่านั้น แต่ตอนนี้เขียนแต่เรื่องในโรงเรียน ระดับความสยองถูกใจมาก ไม่สยองมากเกินไปพอที่วัยรุ่นจะอ่านได้

ภาพประกอบนี่ก็นับว่าสุดยอดพอๆ กับเรื่องผีเลยทีเดียว ไม่น่าเชื่อว่าคนวาดจะเป็นคนเดิมกับที่วาดภาพประกอบให้กับ Game Over ขอหยุดหัวใจไว้ที่ยัยตัวร้าย! นอกจากจะวาดภาพแนวเกาหลีได้สวยแล้ว ยังสามารถพลิกแพลงบทบาทมาวาดภาพประกอบเรื่องสั้นไทยได้ด้วย! เหมือนกับนักแสดงหนังรัก มาแสดงหนังสยองขวัญยังไงยังงั้น! นับว่าฝีมือไม่ตกจริงๆ

แต่หลังๆ นี้ใช้ชื่อตัวละครซ้ำกันมากเลยนะครับ ผมสังเกตเห็นนะ นีน่าเอย อิมเอย ป๊อปเอย โจอี้เอย ทำไมไม่เลือกชื่ออื่นๆ มาเขียนบ้างล่ะครับ ชื่ออื่นมีลิขสิทธิ์หรือครับ ผมว่าไม่นะ

 

ส่วนหัวข้ออื่นๆ ถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้ให้ความสนใจมากไปกว่า 5 คอลัมน์ข้างต้นนี้ แต่ก็นับเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้ "เล่มโปรด" เป็น "เล่มโปรด" ได้ เพราะการที่สิ่งๆ ใดจะเป็นที่โปรดปรานของมวลชนได้นั้น จะต้องประกอบไปด้วยสิ่งที่แตกต่างและหลากหลายมารวมกัน เหมือนกับคณะรัฐบาลที่มาจากบุคคลหลายๆ คน จะพรรคต่างๆ กัน เหมือนกับเพื่อนๆ สมาชิกเอ็กซ์ทีนทั้งหลายที่มาจากต่างบ้านต่างภูมิลำเนากัน รักที่จะเขียนในสิ่งที่แตกต่างกัน แต่ที่สำคัญที่สุดก็คือการที่เราเป็นเพื่อนกัน ช่วยเหลือกัน ไม่เพิ่มอุณหภูมิให้กับดวงตาของตนเองเมื่อเห็นผู้อื่นได้ดี สังคมจึงเป็นสังคมที่หลากหลาย และมีสีสันไม่รู้จบสิ้น

 

 

Comment

Comment:

Tweet

ขอบคุณที่เป็นห่วงครับ (ดีนะที่ไม่เขียนว่า...กลัวว่าคนเขียนคอลัมน์ตำนานเป็นโรค "ไข้ป้าง" เพราะโดนลูกหลงทางการเมือง sad smile)

ที่หายไปนั่นเป็นเพราะพี่ติดนำเสนอวิทยานิพนธ์น่ะ (ทำเรื่อง The Keys น่ะแหละ)แล้วพี่นี (บ.ก.) เขาอยากจะปรับปรุงคอลัมน์เล็กน้อย เลยขอผ่าน 1 เดือนconfused smile
เล่มโปรด...ไม่ได้อ่านนานมากเลย
อ่านตั้งแต่เล่มแรกเหมือนกัน
ชานชาลาที่9 3/4 คอลัมน์ที่ชอบมากกก
แต่ในที่สุดก็ไม่ได้อ่าน
คงตั้งแต่จบม.ปลายล่ะมั้ง เฮ้อ

ถ้าพี่รวยนะ
จะสร้างห้องหนังสือใหญ่ๆ
เก็บหนังสือให้มันจุใจไปเลย
นี่เป็นความฝันเลยนะ555 ยังไม่เคยเล่าให้ใครที่อื่นฟังมาก่อน
เฮ้อ=3 เมื่อไหร่วันนั้นจะมาถึงน้า
สงสัยคงต้องขยันมากกว่านี้ล่ะsad smile

#2 By Giwi on 2009-06-30 22:12

ชอบอ่านNGเหมือนกัน แต่ว่ามีตั้งแต่ฉบับที่3ถึงปัจจุบันน่ะ หาซื้อฉบับที่1-2ไม่เจอแล้ว หายากมากกกก T^T ไม่มีใครยอมขายด้วย
ส่วนเล่มโปรด..สมัยก่อนตอนพี่อยู่ประถม พี่ก็อ่านเอาจากห้องสมุด แล้วอ่านแค่คอลัมน์เดียวนี่แหละ 555
ตอนนี้ไม่ได้อ่านแล้ว ตั้งแต่ย้ายโรงเรียนมา(ขึ้นมัธยม) พอดีรร.ปัจจุบันมันไม่มีให้อ่าน หรือไม่ก็หาไม่เจอ เลยไม่ค่อยได้ติดตาม แต่ว่าตั้งแต่เล่นเว็บ/อ่านเว็บตปท.ได้ ก็รู้สึกว่าอ่านจากเว็บเร็วกว่า เนอะ ^^;

หนังสือของดร.ป๊อปเห็นเขาว่าสนุกอะ แต่พี่ยังอ่านไวท์โรดไม่จบเลย 555 ... พอย้ายรร.เลยไม่ได้อ่านต่อ (งกเงิน ขี้เกียจซื้อเอง 55)


ตอนนี้เก็บเงินไว้ดูภาค6ดีกว่า
ฮี่ๆๆๆ

confused smile

#1 By HeDw!g on 2009-06-30 17:42