ในที่สุด วันสุดท้ายของการร่วมกิจกรรม June Write ก็มาถึง

ไปดูบล็อกหลายๆ คนมาแล้ว เมื่อเขียนเอ็นทรี่ของวันที่ 30 จบ ต้นไม้ของทุกคนจะผลิยอดเป็นดอกทานตะวันสวยงาม

ตลอดเดือนมิถุนายน มีคนเขียนบล็อกมากขึ้น เนื่องมาจากกิจกรรม June Write นี้ล่ะ และคาดว่าคงมีคนที่ขยันเขียนมากๆ เขียนทุกวันเลย ต้นไม้ก็ค่อยๆ เติบโตขึ้น กิ่งก้านก็แผ่ขยายตามความยาวหน้ากระดาษ เท่านั้นยังไม่พอ ยังมีผู้ใจบุญสุนทานบริจาคน้ำใจและแรงกด รดน้ำให้กับต้นไม้จนดอกบานสะพรั่ง เป็นหน้าเป็นตาให้กับบล็อกนั้นหาสุดประมาณมิได้

น่าเสียดายจริง ที่บล็อกนี้ไม่สามารถ หรือมิอาจก้าวทะยานเข้าสู่จุดสูงๆ ได้ หรืออีกนัยหนึ่งคือมิอาจเขียนเอ็นทรี่ได้บ่อยๆ จนต้นไม้สูงถึงประตูสวรรค์ได้เหมือนเซียนบล็อกตัวจริงกว่า 100 คนที่เซนต์ปีเตอร์คัดเลือกไว้แล้วได้ เห็นแล้วก็น่าอิจฉาระคนชื่นชม

ก็อย่างที่เคยบอกไปแล้วว่า เราไม่ค่อยมีเวลาว่าง จะเขียนเอ็นทรี่ทุกวันก็ไม่ได้ ไม่เหมือนคนที่มีเวลาว่างจริงๆ ย่อมเขียนได้มากกว่า ยอมรับว่าเขียนเอ็นทรี่ยากกว่าแต่งเรียงความ เพราะมันไม่มีข้อกำหนด ข้อจำกัด ว่าให้เขียนอะไร ก็เลยนึกไม่ออก บางวันไม่รู้จะเขียนอะไรดี

 

แล้วสรุปว่า June Write เกี่ยวข้องกับปรัชญาชีวิตยังไงล่ะ?

 

 

 

สมมุติว่าเราปลูกต้นไม้อยู่ต้นหนึ่งไว้ข้างๆ ตัว แล้วเราก็นั่งรออยู่ริมถนน มีฝักบัวที่รดน้ำไม่มีที่สิ้นสุด 1 อัน และมีกล้องไว้ส่องดูยอดของต้นไม้ บนถนนที่มีคนเดินมากมาย คนเหล่านั้นมีสิทธิ์ที่จะเลือกรดน้ำให้ต้นไม้ของใครก็ได้ ไม่จำกัดครั้ง ไม่จำกัดคน จะรดซ้ำคน หรือคนเดียวทั้งวันก็ย่อมได้

บนถนนไม่ได้มีแต่เราเท่านั้น แต่ยังไงคนอีกมากมาย ที่กำลังรอคอยให้มีคนมารดน้ำต้นไม้เหมือนกัน บางคนก็เป็นเซียนปลูกต้นไม้เสียด้วย เอ อย่างนี้เราสู้เขาได้ไหมน้อ?

เป็นธรรมดา ที่เราย่อมอยากให้ต้นไม้ของเราสูงๆ สวยๆ เป็นที่ชื่นชมของผู้คน เราก็ต้องสร้างจุดสนใจขึ้นมาเพื่อให้คนสนใจเรา และตัดสินใจรดน้ำต้นไม้ของเรา รวมไปทั้งกล่าวชื่นชมเรา ชื่นชมต้นไม้ (ซึ่งก็คือคำทิ้งท้าย หรือภาษาปาก "คอมเม้นต์")

บางคน ถึงแม้จะไม่ได้สร้างจุดสนใจ แต่กลับมีคนเข้ามาหาเยอะแยะ เช่น ดารา ดาราย่อมเป็นจุดสนใจของผู้คน แม้ว่าจะไม่ได้แสดงละครหรือร้องเพลง เพียงแต่นั่งนิ่งๆ เดินไปมา ก็มีสาวกกรี๊ดกร๊าดเข้ามากอดกาย หอมแก้ม พลอดรัก ขอลายเซ็นกันคับคั่ง คนพวกนี้ผมเปรียบถึงใครทุกคนคงรู้

บางครั้ง สร้างจุดสนใจแล้วก็ยังไม่มีใครมารดน้ำ เราก็ต้องรดน้ำเสียเอง ซึ่งต้นไม้ก็เติบโตเหมือนกัน แต่โปรดถามตัวเราเองว่า เรามีความสุขไหม? ที่เห็นต้นไม้เติบโต แต่เป็นฝีมือของเรา ไม่ใช่จากความใจบุญสุดทานของผู้อื่น

สถานการณ์นี้ก็เหมือนคนๆ หนึ่ง มีผู้ปกครองประเทศ ซึ่งควรให้ความสะดวกสบายแก่เรา แต่เขากลับเมินเฉย ปล่อยให้เราปกครองกันเอง ทำงานเอาเอง กอบโกยความสบายเอาเอง

แต่ถึงแม้เราจะสร้างจุดสนใจขึ้นมาแล้ว มีคนรดน้ำต้นไม้ให้แล้ว แต่ขาดคำคอมเม้นต์ เหตุการณ์นี้ก็เปรียบเสมือนต้นไม้ที่สูงชะลิ่ว ดอกไม้ผลิบานงดงาม แต่ตัวคนปลูกกลับไม่มีความสุข เพราะไม่มีคนชื่นชม แม้แต่ชมต้นไม้ หรือชมตัวเราเอง จิตใจก็ห่อเหี่ยว หมดกำลังใจ ครั้นจะเอาขวานโค่นต้นไม้ทิ้งซะก็ทำไม่ได้ เพราะจะเป็นที่ครหา ตัวหรือจะไปสู้กับคนที่มีเพื่อนมากๆ มีคนชมเยอะๆ ได้อย่างไร

 

ดูอย่างกรณีของขอทาน ขอทานมักจะนั่งอยู่นิ่งๆ ทั้งวัน คอยอ้อนวอนคนที่เดินผ่านไปมาเพื่อขอเงินประทังชีวิต จะไปเทียบกับวณิพกซึ่งมีความฉลาดหลักแหลม สามารถงัดเอาความสามารถพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นร้องเพลง เต้นรำ เล่นตลก เล่นละครใบ้ ฯลฯ หาเงินจนก่อร่างสร้างตัว กลายเป็นอนุเศรษฐีหรือมหาเศรษฐีได้

ถึงแม้ว่าอดีตวณิพกเหล่านั้นจะบอกกับทุกๆ คนว่า ตนเองก็เคยเป็นผู้ตกยากมาก่อน แต่ก็สามารถพัฒนาตนให้มั่งมีได้ และให้กำลังใจขอทานที่ยังไม่ถึงฝันทั้งหลาย แต่ขอทานเหล่านั้นก็ยังมีความน้อยเนื้อต่ำใจ ว่าทำไมถึงไม่มีใครเห็นใจบ้างอยู่ดี

 

 

สิ่งสมมุติเหล่านี้ก็เหมือนกับการเขียนบล็อก ตอนแรกก็ลุ่มๆ ดอนๆ ยังไม่เป็นที่รู้จักมาก เสียงตอบรับมีมั่งไม่มีมั่ง เกิดอารมณ์ท้อแท้ อ่อนเปลี้ยละเหี่ยใจ คิดจะเลิกหลายครั้ง แต่ก็ยังอยากเขียนต่อไป เพราะยังไงเราก็มาพัวพันกับบล็อกแบบนั้นแล้ว แต่เมื่อเราเขียนไปเรื่อยๆ คนก็เห็นว่าดี บล็อกของเราก็ถูกเล่ากันปากต่อปาก กลายเป็นบล็อกที่มีชื่อเสียง มีคนติดห้อยสอยตามจนถึงทุกวันนี้

 

ยอมรับ ว่าบล็อกของตนนั้นค่อยข้างโหล ไม่มีจุดยืนแน่ชัด เออออไปตามสถานการณ์ เดี๋ยวแฮร์รี่บ้าง บ่นบ้าง เกาหลีบ้าง ทานาบาตะบ้าง มาริลิน มอนโรบ้าง ไม่ค่อยอยู่กับร่องกับรอย แถมชือบล็อกก็น่าสะพรึงกลัง "เอ๊ะ เด็กบ้านเมตตาเขียนหรือเปล่าวะ" อีกทั้งไม่มีเพื่อนที่มาจากสถานศึกษาเดียวกัน เขียนบล็อกที่เอ็กซ์ทีนเหมือนกัน คอยติดตามและคอมเม้นต์อยู่ตลอดเวลา หรือมีคนติดตามอยู่ แต่ติดภารกิจจนไม่สามารถเม้นต์ได้ทุกหน้า

 

สรุปแล้ว เราไม่ได้ว่าใครสักคน เพียงแต่อยากย้ำสักนิดว่า ชีวิตเราล้วนไม่แน่นอน มีสุข ก็ย่อมมีทุกข์ ทุกสิ่งล้วนเป็นภาพมายา เราควรใช้ชีวิต เพียงเพื่อความสุขบนพื้นฐานของความพอประมาณ ไม่สุดโต่ง ไม่คาดหวังมากเกินไป อย่าลืมว่าเราไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว ยังมีคนอื่น ที่ยังไม่เห็นคุณค่าในตัวเรา หากอุทิศตนได้ดีขึ้นเรื่อยๆ สักวันก็คงมีคนเห็น และเราก็จะมีความสุข

อย่าลืมว่า ความสุขอยู่ที่ใจ ใช่คนอื่นใดปรุงแต่ง!

 

โอ๊ย! พูดเรื่องเครียดๆ มากพอแล้ว คุยเรื่องสนุกๆ กันบ้างดีกว่าครับ!

 

June Write เป็นกิจกรรมที่แสดงให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่างเอ็กซ์ทีน กับเว็บไซต์ให้บริการบล็อกอื่นๆ อย่างเห็นได้ชัด "เอ็กซ์ทีน" เป็นเว็บบล็อกที่สดใส ตามใจผู้ใช้บริการ มีฟีเจอร์หลากหลายไม่จำเจน่าเบื่อ ชาวบล็อกต่างก็มีมารยาท รู้ว่าอะไรควรไม่ควร รู้วิธีปฎิบัติต่อเพื่อนบ้านเป็นอย่างดี มีปัญหาอะไรพูดคุยกันได้ มีผู้ช่วยเหลือเสมอ

จะเห็นได้ว่า "เอ็กซ์ทีน" เปรียบเสมือนสังคมจำลองที่ให้คนเข้ามาทดลองใช้ชีวิต ก่อนที่จะไปปฏิบัติในโลกภายนอก ว่าคนชอบอะไร ไม่ชอบอะไร มีความคิดเห็นต่อสังคมใหญ่อย่างไร หากคนที่เคยเรียนเรื่องกรุงรัตนโกสินทร์ และยังไม่ลืม ก็คงจะจำได้ว่า ในสมัยรัชกาลที่ 6 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าฯ ทรงก่อตั้งเมือง "ดุสิตธานี" ขึ้นมาเพื่อให้ประชาชนลองใช้ชีวิตแบบประชาธิปไตยดู บ้านเราเหมือนกันเปี๊ยบเลยครับ

 

พูดถึงตัว June Write โดยตรง Widget ของจูนไรท์เป็นอะไรที่มีเสน่ห์มาก ภาพวาดก็สวย ต้นไม้เติบโตสมจริง มีรูปลักษณ์ใหม่ๆ ไม่ซ้ำสัปดาห์ สัปดาห์แรกแค่มีดอกไม้ สัปดาห์ต่อไปเริ่มมีหน้ายิ้ม สัปดาห์ที่สามดอกไม้หมุนได้ และสัปดาห์ที่สี่ก็มีดาวขึ้นมาแทน! พื้นหลังก็เปลี่ยนแปลงไปตามธรรมชาติของการเขียน เทียบว่ายิ่งเขียนมาก ต้นไม้ควรสูงขึ้นสู่ฟ้าแล้ว ก็เปลี่ยนมาเป็นภาพท้องฟ้าแทนภาพเมือง

เมื่อถึงวันสุดท้าย ทุกบล็อกที่เขียนเอ็นทรี่ในวันนี้ทั้งหมด ล้วนจบลงที่ดอกทานตะวันเหมือนกัน

โอ้โห! เจษฎาแชมป์ช่างอัจฉริยะจริงๆ!

 

หนึ่งเดือนที่เข้าร่วมกิจกรรม รู้สึกประทับใจ เครียดนิดๆ แต่ก็มีความสุข

ตอนนี้ยอมรับสถานภาพของตนเองแล้ว จะทำตัวให้น่ารักขึ้น คนจะได้ชอบ

 

แต่มีคนๆ หนึ่ง แม้จะดังคับฟ้าจนเป็นตัวเก็งพระอินทร์ได้สบายๆ แต่กลับไม่มีดอกไม้ให้เชยชมแม้สักกลีบ

คนๆ นั้นก็คือ คุณพี่ภูภู่นั่นเอง!

 

พี่คงงานวุ่นอยู่น่ะแหละ เพราะถ้าเขียนคงดังกรี๊ดกร๊าดสนั่นทั่วหน้า

สุดท้ายต้องขอแสดงความดีใจกับคนขยันเขียนทุกๆ คน ด้วยนะครับ

พวกพี่นี่เซียนจริงๆ! 

 

เป็นเอ็กซ์ทีเนียนรู้สึกมีชีวิตชีวา ไม่ผิดหวังเสียจริงที่ตัดสินใจเป็นสมาชิก

แต่สุดท้ายแล้ว สวรรค์ก็ไม่ได้ไปถึงหรอก แค่นี้ล่ะ 

 

ปล. อ่านแล้วอย่าลืมคอมเม้นต์เอ็นทรี่ที่ผ่านมาแล้วด้วยนะ ตัวอักษรในเอ็นทรี่ร้องขอมา ^^

 

 

Comment

Comment:

Tweet

เดี๋ยวเพิ่มให้ ขอบใจมากจ้า~
big smile

แต่จะไม่เพิ่มจุดอันใหม่ เพราะของเดิมมี17อันแล้ว 555

#5 By HeDw!g on 2009-07-07 07:44

รอเซอร์ไพรซ์จ้ะ

#4 By HeDw!g on 2009-07-06 23:22

...
ความจริงแล้วในตัวคนคนนึงย่อมมีส่วนผสมของสิ่งที่ชื่นชอบหลายๆสิ่งเข้าด้วยกัน
บล็อกก็เป็นช่องทางนึงที่ได้สื่อความเป็นตัวตนเหล่านั้นออกมา

บางครั้ง ทุกอย่างก็ไม่ได้อย่างใจหวังเสมอไปหรอก
แต่สิ่งที่ทำลงไปในทุกวัน ไม่มีวันไร้ค่า
ทุกวันที่รดน้ำอาจไม่มีใครมองเห็น ทุกครั้งที่พรวนดินอาจไม่มีใครใส่ใจ
แต่ดอกไม้แสนสวย ก็ยังมีค่าอยู่เสมอ
เคยอ่านเจอว่าต้นไผ่
ต้องใช้เวลายาวนานมากกว่าจะโต
แต่เหมือนเพียงข้ามคืน หน่อเล็กๆก็พุ่งสูงเสียดฟ้า
บางอย่างอาจจะต้องใช้เวลา
แต่สิ่งที่หวังต้องมาถึงแน่ๆเลยcry

บางทีพี่ก็อยากทำบล็อกปรัชญาบ้าๆบอๆแบบที่เขียนเนี๊ยะ555
ไม่รู้คนอื่นจะเข้าใจป่าวนะ
เป็นกำลังใจให้ ยังเพิ่งท้อใจน้อ
สวรรค์ อยู่ที่ใจ อย่าให้ใครมาตัดสินได้นะconfused smile

#3 By Giwi on 2009-07-06 22:15

เขียนเพราะหัวใจมันสั่งให้เขียน

เรื่องคอมเม้นน่ะ อย่าไปสนใจนักเลย
แค่เรามีความสุขกับการเขียน และคนอ่านได้สิ่งดีๆจากสิ่งที่เราทำ (แม้เขาจะไม่คอมเม้ัน)

"ต้นไม้" ก็จะเติบโตและผลิดอกใบที่งดงามอยู่ใน
"หัวใจ"ของผู้เขียนวันยังค่ำ

เป็นกำลังใจให้ค่ะ big smile
ของพี่สงสัยจะเรียกว่าจูนไร้สินะ (ไร้ซึ่งเอนทรี่ใหม่)

แต่ก็ได้อ่านเอนทรี่จากชาวเว็บเยอะขึ้นนะ คือมันทำให้บางคนอัพเยอะ/ขยันเขียน ก็เลยได้อะไรดีๆไปหลายอย่างเหมือนกัน

บางทีพี่ก็ทำเนียนเข้าไปอ่านบล็อกคนอื่นแล้วลืมคอมเม้นอะ แย่จริงเลยเนอะ^^' บางครั้งแอบอ่านน่ะ รีบอ่านแล้วรีบหนีไปเปิดหน้าเว็บอื่นตอนแม่มาดูว่าแอบอู้รึเปล่า

เอ้อ ... พี่ว่านะ การที่บล็อกเราจะเป็นที่รู้จักหรือไม่ มันก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญเท่าไหร่ (แต่บางทีถ้าคนอ่านมันน้อยๆ คนเม้นหดหาย ก็ต้องคิดละว่าเราเขียนอะไรไม่ดีลงไปรึเปล่า แล้วก็ปรับปรุง 55)

เดือนก.ค.แล้ว จะสอบมิดเทอมแล้ว จะสอบGAT-PATอีกรอบแล้ว หนังHBPจะเข้าแล้ว ... เป็นเดือนที่มีกิจกรรมเยอะจริงๆ confused smile

#1 By HeDw!g on 2009-07-01 17:23