สวัสดีครับ โทษทีที่ทิ้งบล็อกนี้ไปนาน ช่วงนี้ไม่ว่างเลยล่ะครับ เดือนสิงหาคมแทบไม่ว่างเลย งานโรงเรียนเยอะจัด เวลาที่มีเอาไปเขียนบล็อกใหม่หมด จนลืมภารกิจที่ค้างไว้ที่บล็อกเก่าไปนานนับเดือน  วันนี้กลับมาสานต่อภารกิจที่ค้างเอาไว้

นี่ก็จะใกล้ครบ 1 ปีของวันที่ผมไปเกาหลีแล้ว ปิดเทอมนี้เป็นอิสระ ว่างพอดีเลยครับ เลยลาบล็อกเก่ากลับมาเขียนก่อน ไปดู Stat มา ยังเยอะเหมือนเดิม แสดงว่าบล็อกนี้ยังมีคนสนใจอยู่ เป็นปลื้ม

 

ทริปนี้ก็ล่วงเข้าถึงวันที่ 3 แล้วครับ วันนี้เราจะได้ออกไปเที่ยวนอกเมืองเป็นครั้งแรก ไปต่างจังหวัด ต่างจังหวัดในเกาหลี! เยี่ยมไปเลยล่ะ พูดได้ว่าวันนี้เป็นวันที่เที่ยวสนุกที่สุดเลยล่ะครับ

การไปเที่ยวต่างจังหวัด สำหรับคนกรุง เหมือนเป็นการออกจากกรอบสีทึมๆ เปื้อนฝุ่นและขึ้นสนิมของชีวิต ไปสูดอากาศของชนบทภายนอก ไปสัมผัสความสวยงามของภูเขา ความร่มรื่นของสายน้ำ และความงดงามของท้องทะเล อันเป็นความรู้สึกที่ไม่สามารถสัมผัส หรือมองเห็นจากเมืองใหญ่ แม้จะมีสวนสาธารณะซึ่งจำลองธรรมชาติขนาดย่อมๆ อยู่ก็ตาม

ใครก็ตามที่ได้มาเที่ยวที่ประเทศเกาหลีใต้ หากไม่ได้ไปเที่ยวชนบทสักวันหนึ่ง ยังถือว่ามาไม่ถึงเกาหลี เพราะภาพลักษณ์ของประเทศเกาหลีใต้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ "เมืองใหญ่" "เทคโนโลยี" หรือ "ความเป็นสากล" แต่ยังรวมไปถึงความสวยงามของธรรมชาติ ที่ไม่สามารถพบได้ในเมืองด้วย

จะไปว่า เอ๊ย! จะว่าไป มีสถานที่ท่องเที่ยวอะไรที่อยู่ใกล้โซลบ้างครับ เกาะเชจูเรอะ? ไม่ๆๆ ไกลไปครับ เปียงยาง? นั่นเกาหลีเหนือครับ ถ้าพูดถึงสถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่อยู่ไกลจากตัวเมืองนัก มีเยอะเลยครับ แต่สถานที่ที่เราจะไปในวันนี้ มี 2 ที่ด้วยกัน ทั้งสองที่นั้นเป็นสถานที่ที่ใช้ถ่ายทำละครเหมือนกันครับ เรื่องหนึ่งเป็นละครอิงประวัติศาสตร์ ส่วนอีกเรื่องเป็นละครยอดฮิตที่สาวๆ เกาหลีติดกันตรึม ที่นั่นก็คือ...

 

แดจังกึมธีมปาร์ค และเกาะนามิครับ!

 

สาเหตุที่ตั้งชื่อเอ็นทรี่เป็นเกาะจันทร์เสี้ยว (ยังกับชื่อหนังจีน )  ก็เพราะว่าเกาะนามิมีรูปร่างเป็น "พระจันทร์เสี้ยว" ครับผม หรือใครจะเห็นเป็นใบไม้ก็แล้วแต่

ทั้งสองที่เป็นที่ที่สวยงามที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมา เดี๋ยวคุณก็จะได้เห็นเช่นเดียวกับผม ไม่รอช้า ไปกันเลย...

 

หมายเหตุ: ช่วงนี้ Photobucket ของผมมีปัญหาเรื่องแบนด์วิช หากภาพไม่ปรากฏขึ้น โปรดกลับมาใหม่ในวันที่ 4 ของเดือนถัดไป ขณะนี้ภาพประกอบธีมต้องฝาก host ไว้ที่ Pigwidgeon09 ขออภัยในความไม่สะดวกอย่างยิ่ง 

 

 

 

 "เกาหลีที่รัก" #6 ตระการเกาะจันทร์เสี้ยว 

 

15 ตุลาคม 2551 - GMT+9

 

ประมาณ 7.00 น. งัวเงีย ตื่นแต่เช้า เช้าวันนี้อากาศสดใส คาดว่าวันนี้จะเป็นวันที่สวยงามอีกวันหนึ่ง

หลังจากทานอาหารเช้าแล้ว ผมอยากไปคลองชองกเยชอนอีกรอบ วันแรกไปแค่ช่วงสั้นๆ ไม่จุใจ

 

ตอนแรกตั้งใจว่าจะเดินไปให้ถึงปากคลองเลยล่ะ แต่พอมาดูแผนที่แล้ว คลองยาวมากเลย สงสัยถ้าเดินดูทั้งวัน สองทุ่มก็ยังเดินไม่ถึงครับท่านผู้อ่าน

...ก็เลยเดินแค่ช่วงสั้นๆ เป็นการเดินเล่นหลังอาหารเช้า รอที่จะออกเดินทางไปนอกเมือง

 

8 โมงกว่าๆ 

สำหรับเส้นทางที่เราจะไป เราจะเดินผ่านห้าง Lotte World ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับโรงแรม IBIS ที่ผมพักอยู่นี่เอง หลังจากนั้นเราจะเดินลอดสถานีอึยจิโร-1 (Euijiro-1 station) เพื่อข้ามไปอีกฟาก เลี้ยวซ้ายป่ายขวาไม่กี่นาทีก็ถึงชองกเยชอนครับ

 

บรรยากาศยามเช้าในโซล ดีกว่ากรุงเทพฯ อีกแน่ะ

 

ระหว่างที่เดินผ่าน เราแวะขึ้นไปบนโรงภาพยนตร์ข้างๆ ห้าง บุญตาครับ! ได้ขึ้นไปบนโรงภาพยนตร์ที่เกาหลี! แต่ตอนนั้นห้างยังไม่เปิด โรงหนังก็เลยยังไม่เปิดเช่นกัน มีแต่พนักงานทำความสะอาด แต่ยังไงเราก็ไม่ได้ตั้งใจจะดูหนังอยู่แล้ว ดูไปก็ไม่รู้เรื่อง  

ผมดูหนังแต่ละเรื่อง เขาเข้าโรงช้ากว่าไทยมากเลยครับ ที่นั่นยังฉาย Eagle's Eyes, Mama Mia อยู่เลย

 

รูปปั้นสุภาพสตรีหน้าห้าง Lotte

 

จากโรงหนังมาอีกสักนิด กระผมสุดที่รักก็เดินผ่านรูปปั้นสำริดชุบทองรูปผู้หญิงสาวควงกระเป๋าไว้ในอ้อมแขน ตอนแรกผมคิดว่าเป็นพระแม่มารีย์ครับจนกระทั่งสำรวจอย่างใกล้ชิด คุณพ่อบอกผมว่าเธอเป็นแค่นางแบบ

สำหรับภาพรวมของห้างนี้ ได้ชื่อว่าเป็น 1 ใน 4 ห้างใหญ่ในละแวกมยองดง เป็นห้างที่ใหญ่สมชื่อเลยล่ะครับ ถ้าหากเป็นในประเทศไทย Lotte เป็นแค่เครื่องหมายการค้าของหมากฝรั่งเท่านั้น ไม่ยักกะรู้เลยว่าที่เกาหลีจะเป็นแบรนด์ใหญ่ถึงกับครอบครองธุรกิจห้างเลยทีเดียว

 

และในที่สุด เราก็มาถึงคลองชองกเยชอนครับ อุณหภูมิอากาศประมาณ 13 องศา

 แสงอาทิตย์ยามเช้าสะท้อนกระจกตึกจนดูสวยงาม

ส่วนข้างบนนั้นเป็นชานระเบียงที่ยื่นเข้าหาคลอง ไว้ให้ชาวเมือง

ยืนชมคลองที่เป็นความภูมิใจของพวกเขา

 

เราพบบันไดที่นำไปสู่คลองเบื้องล่างแถวๆ สะพานกวางกโย (ในละครเกาหลีเรื่อง "ลีซาน" สะพานนี้เป็นศูนย์กลางของเชื้อโรคที่ทำให้ชาวเมืองป่วย ไม่รู้ว่าเป็นสะพานเดียวกันมั้ย หมายถึงสร้างแทนสะพานเก่านะ)

 

สะพานกวางกโย กับความงดงามของสายน้ำ

 

เราได้พบกับมุมมองของชองกเยชอนที่แตกต่างไปจากสองวันก่อน เราได้พบภาพศิลปะบนผนัง ถ้าเป็นกรุงเทพฯ เราคงพบพวกศิลปะกราฟฟิตี้ แต่ที่เกาหลีกลับเป็นภาพจำลองขบวนทหาร ตำแหน่งขุนนางในราชสำนัก ฯลฯ คล้ายกับศิลปะแกะสลักกำแพงบนสุสานของกษัตริย์จูมง

 

ทางเดินหินที่เชื่อมสองฝั่งของคลองอันงดงามแห่งนี้

 

สายน้ำเย็นฉ่ำจากน้ำตกเทียมบนกำแพงกั้นคลอง ผมชอบสายน้ำ!

 

หมู่พฤกษานานาพันธุ์ปลูกเรียงรายสองฝั่งคลอง ช่างเป็นอะไรที่งดงามเช่นนี้

 

การได้มายลชองกเยชอนอีกครั้ง เป็นการย้ำถึงความสวยงามไม่รู้จบของสายน้ำ เราได้เห็นอัจฉริยภาพแห่งการรังสรรค์คลองที่ครั้งหนึ่งเคยเต็มไปด้วยน้ำครำ ให้กลายเป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจและจุดดึงดูดนักท่องเที่ยว เราได้พบศิลปะอันสวยงามบนกำแพง ได้พบต้นไม้หลากหลายชนิดที่เราไม่รู้จัก เลยได้เห็นว่าโลกนี้สวยงามเพียงใด ผมอยากให้กรุงเทพฯ เป็นอย่างนี้บ้าง ถ้าเพียงแต่เราจะทำสู้โซลได้...

 

ให้ตาย แบตหมดพอดี เราคงต้องกลับไปที่โรงแรมเพื่อเปลี่ยนแบตเตอรี่ซะแล้ว กลับกันดีกว่า ระหว่างนั้นคุณพ่อของผมก็ใช้กล้องที่แบตยังไม่หมดเก็บรูปต่อไป มีครั้งนึงเจอคนแก่ กับไม้ดัด จำไม่ได้ แต่ผ่านรถขายไข่ด้วย 

หลังจากนั้นเราก็ไปสมทบกับคนที่เหลือที่โรงแรม อ๊ะ ผมยังไม่ได้บอกหรือว่าเราจะไปเที่ยวกันยังไง? (ก็ยังไม่ได้บอกอ่ะเด๊ะ ) เมื่อตอนเช้าเราแบ่งกันเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกไปดูงานแบบเมื่อวันก่อน ที่อีกฟากของเมือง ส่วนกลุ่มที่สองคือเรา ก็จะนอนรออยู่ที่นี่ รอเวลาออกเดินทางไปสมทบ

 

10.00 น. เวลานี้ที่ประเทศไทยทุกคนคงตื่นกันแล้ว เป็นเวลาที่เราออกเดินทางครับ วันนี้ไม่มีรถมารับ เราต้องนั่งรถไฟใต้ดินไปครับ (ตื่นเต้นๆ) วันนี้เราจะได้นั่งเปลี่ยนสายกันล่ะ (สายคือเส้นทางหลายๆ เส้นทาง คล้ายสายสีลม สายสุขุมวิทของ BTS บ้านเรา แต่ที่เกาหลีมีมีรถไฟใต้ดินหลายสาย มากกว่าของเรามากๆๆๆ เลยล่ะครับ )

เราขึ้นที่สถานีอึยจิโร-1 เป็นสายสีเขียวไปต่อสายสีม่วงที่สถานี Dongdaemun Stadium ตอน 10.24 น. อุณหภูมิที่ชานชาลาคือ 26°C ที่สถานีนี้เป็นชานชาลาข้างครับ (ที่เกาหลีมีชายชาลาข้างเดียวกับสองข้าง) พอ 10.58 น. ก็ถึงสถานีกวางนารูครับ (นารูแปลว่าท่าเรือครับ ไม่ใช่...) ผ่านมาแค่ 9 สถานีเองครับ (ยังขยันนับ)

 

หลังจากนั้นก็ต้องเดินเท้าไปให้ถึงจุดจอดรถบัสที่อยู่ไม่ไกล อากาศหนาวมากเลยไม่ค่อยมีเหงื่อครับ (ถ้าเป็นเมือง'เทพแน่นอน ร้อนแน่ๆ) ระหว่างทางก็เดินผ่านอาคารรูปร่างแปลกตา เหมือนจะเป็นสำนักงานอะไรสักอย่าง เลยเก็บภาพมาให้ดูครับ

 

 

หลังจากถ่ายรูปนี้เสร็จไม่กี่นาที รถบัสก็มาถึง จนถึงโรงแรมที่เป็นสถานที่ดูงาน ที่ตั้งอยู่บนหน้าผา เราก็เจอพี่ไกด์สาวสวย พี่เอ็ดดี้ เจอทุกคนๆ กันพร้อมหน้า ก็พร้อมสำหรับการออกเดินทางครั้งนี้ครับ ไปกันเลย....!

 

แม่น้ำฮัน เก็บภาพได้ระหว่างนั่งรถบัสผ่าน สายแล้วมีหมอกลงบางๆ ครับ

 

ขณะนี้เป็นเวลา 11.26 น. ตอนนี้รถทัวร์ (ไม่ใช่รถบัสที่เรานั่งเมื่อกี้นะ) กำลังมุ่งหน้าเข้าสู่ถนนวงแหวนรอบนอกของเกาหลีใต้ (คล้ายๆ มอเตอร์เวย์บ้านเรา) สู่จุดหมายปลายทาง คือเมืองยางจู

 

ข้อเท็จจริงที่ควรรู้

1. ถนนวงแหวนรอบนอกของที่นี่ เป็นเส้นทางเชื่อมเมืองทั้งหมด 13 เมืองรอบกรุงโซล หากจะขับรถไปผ่านให้ครบ 13 เมืองนี่ใช้เวลาประมาณ 3 วัน แต่ไปเมืองยางจูแค่หนึ่งชั่วโมงครึ่งก็ถึงแล้ว

2. ระหว่างการเดินทาง สองข้างทางเป็นหุบผาชันน่ากลัว ที่เมืองไทยเขาจะตัดถนนขึ้นเขาลงเนิน ทำให้รถเสื่อมสภาพเร็ว แต่ที่เกาหลีใต้เขาจะเจาะอุโมงค์หรือสร้างสะพานให้รถผ่านไปเลย ดีไหมล่ะ?

 

เที่ยงแล้ว ยังไม่รู้เลยว่าจะทานข้าวเที่ยงที่ไหน วันนี้เราจะทานหมูย่างเกาหลีกัน! คนละอย่างกับมื้อที่ทานเมื่อวันแรกนะ นั่นบูลโกกิหรือเนื้อย่างเกาหลี ดีใจจังได้กินอาหารอร่อยๆ อีกแล้ว อยู่ที่นี่ไม่อดตายแน่นอน

สถานที่แรกที่เราจะไปในวันนี้คือ "แดจังกึมธีมปาร์ค" ระหว่างทาง ทางคณะทัวร์ก็เลยเปิดวีซีดีสุดพิเศษ เขาเปิดแดจังกึมภาครวมตอนให้เราดูล่ะ!

คือแบบว่าแดจังกึมเป็นละครที่โด่งดังและต่างชาติก็ชอบมาก โดยเฉพาะจีน ญี่ปุ่น และประเทศไทย สถานีโทรทัศน์ MBC ที่สร้างละครเรื่องนี้ก็เลยตัดเอาฉากสำคัญๆ ในละครมารวบรวมเป็นภาพยนตร์ตอนเดียว วางจำหน่ายทั่วไปในราชอาณาจักร ดูแบบ Sub-Eng แต่ไม่ได้อรรถรสเท่าแบบเป็นตอนๆ หรอก

 

13.00 น. ดูแดจังกึมได้ครึ่งทาง รถก็จอดที่อาคารสีขาวซ่อมซอหลังหนึ่ง เขาหยุควิดีโอแล้วบอกว่าเราถึงร้านอาหารแล้ว หา! ผมไม่นึกเลยว่าที่แห่งนี้เป็นที่ตั้งของร้านอาหารที่เราจะมากินวันนี้! 

เราต้องขึ้นบันไดแคบๆ ไปชั้นสอง ร้านหมูย่างเกาหลีอยู่บนนั้น สภาพซ่อมซอถึงภายใน

แต่เมื่อมาถึงร้านอาหาร โอ้โห! เปลี่ยนไปทันตาเห็น!

 

บรรยากาศชวนรับประทานจริงๆ

 

ร้านอาหารเป็นแบบนั่งพื้นทาน (ไม่ใช่อาหารอยู่บนพื้นแล้วให้เรานอนทานนะ!) นั่งบนเบาะรองแล้วทานบนโต๊ะต่างหาก หมูจะย่างบนอ่างโลหะที่ฝังลงไปในโต๊ะ ย่างบนตะแกรงที่จะใส่ลงไปทีหลัง มีเครื่องเคียงพวกผัก น้ำจิ้ม ฯลฯ มากมาย จากภาพโต๊ะของเราจะอยู่ด้านซ้าย

ร้านสวยยังไม่พอ อาหารนอกจากจะน่ารับประทานแล้วยังอร่อยอีก!

 

ภาพโคลส-อัพแบบถึงพริกถึงงา

ภาพหมูย่างเกาหลี เห็นทุกรายละเอียดแบบถึงพริกถึงขา!

(ไม่ใช่สิ นี่เกาหลีนะ ต้องถึงพริกถึงงาต่างหาก!)

 

หมูย่างเกาหลีอร่อยยยยยยมาก กินกับผักกาด (แพชู่) และกิมจิก็ยิ่งอ