ASTRO

เมื่อเช้านี้ใครได้ดูสุริยุปราคาบ้างเอ่ย

สำหรับใครที่ไม่ได้ดูก็ไม่ต้องเสียใจนะ เพราะเรามีภาพที่ถ่ายเองมาให้ดู

ใครไม่อยากลืมปรากฏการณ์ดาราศาสตร์ต่างๆ ก็เข้าไปที่ http://thaiastro.nectec.or.thเว็บไซต์นี้แหละ ที่ทำให้เรารู้ปรากฏการณ์ต่างๆ ล่วงหน้าได้หลายปีเลยทีเดียว

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

เนบิวลาดวงอาทิตย์ ตะวันผ่านหมู่เมฆ ก่อนเกิดสุริยุปราคา(เรียกน้ำย่อย :D---)

คลิกที่ url เพื่อดูภาพใหญ่ (http://i200.photobucket.com/albums/aa130/dungeonkids/SolarE1.jpg)

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

ดวงอาทิตย์ถูกบังไป 8% (8.11น.)

คลิกที่ url เพื่อดูภาพใหญ่ (ttp://i200.photobucket.com/albums/aa130/dungeonkids/SolarE2.jpgh)

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

ดวงอาทิตย์ถูกบังมากที่สุดที่กรุงเทพฯ 16% (8.21 น.)

คลิกที่ url เพื่อดูภาพใหญ่ (http://i200.photobucket.com/albums/aa130/dungeonkids/SolarE3.jpg)

อย่าลืม Comment ด้วยนะ

พรุ่งนี้คือวันที่ 1 สิงหาคม เริ่มเดือนใหม่ด้วยข่าวดีๆ เกี่ยวกับดวงดาว เป็นปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ที่น่าจับตามองมากๆ นั่นก็คือ ฝนดาวตกเพอร์ซิดส์

จาก http://thaiastro.nectec.or.th/skyevnt/meteors/2007perseids.html

เดือนสิงหาคมของทุกปีในช่วงใกล้วันที่ 12 สิงหาคม ซึ่งตรงกับวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และถือเป็นวันแม่แห่งชาติอีกด้วย เป็นช่วงเวลาที่มีฝนดาวตกสำคัญกลุ่มหนึ่งเกิดขึ้น นั่นคือ ฝนดาวตกเพอร์ซิดส์ (Perseids meteor shower) ดาวตกเกือบครึ่งหนึ่งของฝนดาวตกกลุ่มนี้สว่างมาก ส่วนใหญ่มีสีขาว-เหลือง และมีอัตราการเกิดค่อนข้างถี่ เคลื่อนที่เข้าสู่บรรยากาศโลกด้วยอัตราเร็วประมาณ 59 กิโลเมตรต่อวินาที

การที่ประเทศไทยอยู่ในฤดูมรสุม จึงอาจไม่ค่อยได้มีโอกาสมองเห็นดาวตกจากฝนดาวตกเพอร์ซิดส์มากนัก ยกเว้นบางปีที่ท้องฟ้าเปิด ปี 2550 นี้หากสภาพท้องฟ้าเป็นใจ คาดว่าจะเป็นปีที่สามารถมองเห็นฝนดาวตกเพอร์ซิดส์ได้ดีเนื่องจากไม่มีแสงจันทร์รบกวน ข้อมูลจากองค์การอุกกาบาตสากล คาดหมายว่าฝนดาวตกเพอร์ซิดส์ในปี 2550 น่าจะมีอัตราสูงสุดในคืนวันอาทิตย์ที่ 12 สิงหาคม (เข้าสู่เช้ามืดวันจันทร์ที่ 13 สิงหาคม) และคืนวันจันทร์ที่ 13 สิงหาคม ช่วงที่ถี่มากที่สุดประเทศไทยอาจเห็นได้เฉลี่ยราว 1 ดวงต่อนาที

ฝนดาวตกเกิดขึ้นเมื่อโลกเดินทางผ่านธารสะเก็ดดาวอันเกิดจากดาวหาง รังสีจากดวงอาทิตย์ทำให้ผิวดาวหางระเหิดปลดปล่อยแก๊สและฝุ่นออกมาในอวกาศ สะเก็ดดาวจำนวนมากที่หลุดออกมาจากดาวหางยังคงล่องลอยอยู่ในอวกาศ หากวงโคจรของสะเก็ดดาวเหล่านั้นผ่านใกล้วงโคจรโลกจะทำให้เกิดดาวตกที่มีกำเนิดจากแหล่งเดียวกัน เรียกว่าฝนดาวตก ดาวหางต้นกำเนิดของฝนดาวตกเพอร์ซิดส์ คือ ดาวหางสวิฟต์-ทัตเทิล ดาวหางที่โคจรรอบดวงอาทิตย์ด้วยคาบประมาณ 130 ปี เข้ามาใกล้ดวงอาทิตย์ครั้งล่าสุดเมื่อปี 2535

ในการสังเกตฝนดาวตก เส้นทางการเคลื่อนที่ของดาวตกจะมีแนวที่ดูคล้ายพุ่งออกมาจากจุดหนึ่งบนท้องฟ้า จุดนั้นเรียกว่า "จุดกระจายของฝนดาวตก (radiant)" ฝนดาวตกเพอร์ซิดส์มีจุดกระจายอยู่ในกลุ่มดาวเพอร์ซิดส์ใกล้กับกลุ่มดาวแคสซิโอเปียในซีกฟ้าเหนือ แต่เราไม่จำเป็นและไม่ควรมองไปที่จุดนั้น

เวลาที่สามารถดูดาวตกได้เริ่มตั้งแต่ประมาณ 4-5 ทุ่ม ต่อเนื่องไปจนถึงเช้ามืด ในช่วงแรกปริมาณดาวตกจะยังน้อยอยู่ (แต่อาจพบว่าหลายดวงที่เห็นในช่วงแรก ๆ มีเส้นทางยาวกว่าช่วงเวลาอื่น เนื่องจากสะเก็ดดาวพุ่งทำมุมเฉียดเข้ามาในบรรยากาศโลก) จากนั้นจะเริ่มเห็นถี่ขึ้นทีละน้อย ถี่มากที่สุดในช่วงเวลาประมาณ 4.00-5.00 น. การสังเกตดาวตกให้เห็นได้ชัดควรสังเกตจากสถานที่ที่ฟ้ามืด ห่างจากเมืองใหญ่ ไม่มีแสงไฟรบกวน ไม่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ใด ๆ เพียงใช้เก้าอี้ผ้าใบหรือนอนดูแล้วมองขึ้นไปบนท้องฟ้า

_ _ __ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _

ฝนดาวตกเป็นปรากฏการณ์ที่น่าสนใจมาก คืนวันที่ 12 ขอให้ฟ้าเปิดเถอะ จะได้มาดูฝนดาวตกกัน

ดัดแปลงจาก http://thaiastro.nectec.or.th/skyevnt/planets/

เขียนโดย วรเชษฐ์ บุญปลอด

ดาวพุธ เดือนธันวาคมที่ผ่านมาดาวพุธผ่านตำแหน่งร่วมทิศกับดวงอาทิตย์ทำให้ไม่สามารถมองเห็นได้ เดือนมกราคม 2551 จะเห็นดาวพุธได้อีกครั้งในเวลาหัวค่ำโดยเริ่มตั้งแต่ปลายสัปดาห์ที่สองของเดือนขณะที่ดาวพุธอยู่ในกลุ่มดาวแพะทะเล วันที่ 12 มกราคม ดาวพุธสว่างด้วยโชติมาตร -0.9 จากนั้นความสว่างจะค่อย ๆ ลดลงทีละน้อย ดาวพุธทำมุมห่างจากดวงอาทิตย์มากที่สุดในวันที่ 22 มกราคม ด้วยระยะ 19 องศา คาดน่าจะมีโอกาสสังเกตดาวพุธได้จนถึงวันสุดท้ายของเดือนซึ่งขณะนั้นดาวพุธจะจางลงไปที่โชติมาตร +1.6

ดาวศุกร์ (โชติมาตร -4.0) เป็นดาวประกายพรึกหรือดาวรุ่งอยู่บนท้องฟ้าทิศตะวันออกในเวลาเช้ามืด ดาวศุกร์จะย้ายออกจากกลุ่มดาวคันชั่งเข้าสู่กลุ่มดาวแมงป่องในวันที่ 1 มกราคม 2551 เช้ามืดวันเสาร์ที่ 5 มกราคม จะเห็นดวงจันทร์อยู่ใกล้ดาวศุกร์ จากนั้นดาวศุกร์จะเข้าสู่กลุ่มดาวคนแบกงูในวันที่ 6 มกราคม แล้วย้ายเข้ากลุ่มดาวคนยิงธนูในวันที่ 22 มกราคม เช้ามืดวันที่ 1-2 กุมภาพันธ์ 2551 จะเห็นดาวศุกร์อยู่ใกล้ดาวพฤหัสบดีโดยห่างกันไม่เกิน 50 ลิปดา ดาวเคราะห์คู่นี้เคยเข้าใกล้กันโดยสามารถสังเกตการณ์ได้ในเวลากลางคืนครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2548

ดาวอังคาร (โชติมาตร -1.1) หลังจากดาวอังคารผ่านตำแหน่งตรงข้ามกับดวงอาทิตย์และเข้าใกล้โลกเมื่อปลายเดือนธันวาคม 2550 เดือนนี้เรายังคงเห็นดาวอังคารสว่างเป็นสีส้มอมชมพูอยู่ในกลุ่มดาววัว ดาวอังคารปรากฏบนท้องฟ้าตั้งแต่เวลาพลบค่ำไปจนถึงก่อนเช้ามืดของวันใหม่ วันแรกของเดือนดาวอังคารตกลับขอบฟ้าในเวลาประมาณหกโมงเช้า ปลายเดือนตกลับขอบฟ้าเวลาประมาณตี 3 ครึ่ง เมื่อส่องดูดาวอังคารด้วยกล้องโทรทรรศน์ตลอดเดือนมกราคม 2551 จะเห็นดาวอังคารมีเส้นผ่านศูนย์กลางเชิงมุมลดลงจาก 15.4 พิลิปดา ไปที่ 12.1 พิลิปดา ความสว่างของดาวอังคารลดลงมากกว่าสองเท่าเมื่อเทียบกันระหว่างปลายเดือนกับต้นเดือนมกราคม ขนาดปรากฏและความสว่างที่ลดลงนี้เป็นผลจากการที่ดาวอังคารออกห่างจากโลกมากขึ้น คาดว่าเดือนนี้กล้องดูดาวจะยังคงส่องเห็นขั้วน้ำแข็งสีขาวอมฟ้าที่ปกคลุมบริเวณขั้วเหนือของดาวอังคารได้

ดาวพฤหัสบดี (โชติมาตร -1.8) อยู่ใกล้ดวงอาทิตย์ตลอดเดือนธันวาคม 2550 และต่อเนื่องมาถึงต้นเดือนมกราคม 2551 เราจะเริ่มสังเกตเห็นดาวพฤหัสบดีในเวลาเช้ามืดได้ตั้งแต่กลางเดือนมกราคม 2551 โดยปรากฏเหนือขอบฟ้าทิศตะวันออกในกลุ่มดาวคนยิงธนู และจะสังเกตเห็นว่าดาวศุกร์ซึ่งอยู่สูงเหนือขึ้นไปกำลังเคลื่อนเข้าใกล้ดาวพฤหัสบดีมากขึ้นทุกวัน ปลายเดือนมกราคมเมื่อแสงเงินแสงทองเริ่มจับขอบฟ้า ดาวพฤหัสบดีกับดาวศุกร์จะมุมเงยไม่เกิน 20 องศา

ดาวเสาร์ (โชติมาตร +0.5) อยู่ในกลุ่มดาวสิงโต ห่างจากดาวหัวใจสิงห์ไปทางทิศตะวันออกไม่เกิน 9 องศา ต้นเดือนดาวเสาร์ขึ้นเหนือขอบฟ้าทิศตะวันออกตั้งแต่เวลาประมาณสี่ทุ่มแต่น่าจะเริ่มเห็นได้หลังจากนั้นประมาณหนึ่งชั่วโมง ดาวเสาร์จะขึ้นเร็วขึ้นทุกวัน ปลายเดือนขึ้นเหนือขอบฟ้าเวลาหลังสองทุ่ม เช้ามืดวันศุกร์ที่ 25 มกราคม จะเห็นดวงจันทร์สว่างเกือบเต็มดวงอยู่ห่างไปทางด้านล่างของดาวเสาร์ ระยะห่างประมาณ 4.5 องศา

ดาวยูเรนัส (โชติมาตร +5.9) และ ดาวเนปจูน (โชติมาตร +8.0) อยู่ในกลุ่มดาวคนแบกหม้อน้ำและกลุ่มดาวแพะทะเล ตามลำดับ เดือนนี้ดาวเคราะห์ทั้งสองดวงอยู่ต่ำใกล้ขอบฟ้าเมื่อท้องฟ้าเริ่มมืดสนิทในเวลาหัวค่ำ จากนั้นทั้งคู่จะเข้าใกล้ดวงอาทิตย์มากขึ้น ผ่านตำแหน่งร่วมทิศกับดวงอาทิตย์ในเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม 2551 แล้วจึงเริ่มสังเกตได้อีกครั้งในเวลาเช้ามืดตั้งแต่ปลายเดือนเมษายนเป็นต้นไป

ดวงจันทร์ สัปดาห์แรกดวงจันทร์อยู่ในช่วงครึ่งหลังของข้างแรมจึงปรากฏบนท้องฟ้าเวลาเช้ามืด วันที่ 5 มกราคม จะเห็นพระจันทร์เสี้ยวผ่านใกล้ดาวศุกร์ด้วยระยะเชิงมุมประมาณ 7 องศา จากนั้นวันที่ 7 มกราคมน่าจะเป็นวันสุดท้ายที่เห็นดวงจันทร์ในเวลาเช้ามืดเป็นเสี้ยวบาง ๆ อยู่ใกล้ขอบฟ้า

หลังจันทร์ดับในวันที่ 8 มกราคม 2551 ดวงจันทร์เริ่มปรากฏบนท้องฟ้าเวลาหัวค่ำตั้งแต่วันที่ 10 มกราคม พื้นที่ด้านสว่างของดวงจันทร์เพิ่มขึ้นทุกวันจนถึงครึ่งดวงในคืนวันที่ 15 มกราคม จากนั้นดวงจันทร์จะผ่านใกล้ดาวอังคารในวันที่ 19 มกราคม และสว่างเต็มดวงในคืนวันอังคารที่ 22 มกราคม อีก 8 วันต่อมาดวงจันทร์จะสว่างครึ่งดวง มองเห็นอยู่สูงประมาณ 60 องศาบนท้องฟ้าทิศใต้ในเวลาเช้ามืดก่อนดวงอาทิตย์ขึ้น

ภาพจำลองดาวเคราะห์ในเดือนมกราคม 2551

ดูรูปใหญ่ได้ที่ http://thaiastro.nectec.or.th/skyevnt/planets/img/2008-01disk.jpg

 

ดวงจันทร์ผ่านใกล้ดาวศุกร์และดาวอังคาร / ดาวศุกร์เข้าใกล้ดาวพฤหัสบดี

ในวันที่ 1-2 กุมภาพันธ์ 2551

ดูรูปใหญ่ได้ที่ http://thaiastro.nectec.or.th/skyevnt/planets/img/2008-01chart.jpg