อาณาจักรแห่งกาลเวลา (The Keys to the Kingdom):
หนังสือดีๆ ที่อยากให้คุณได้อ่าน
?~อาณาจักรแห่งกาลเวลา~?
?~(The keys to the Kingdom)~?
On the first day, there was mystery...
On the second day, there was darkness...
On the third day, there were pirates...
On the fourth day, there was war...
On the fifth day, there was fear!
หนังสือชุด "อาณาจักรแห่งกาลเวลา" เขียนโดยนักเขียนนาม "การ์ธ นิกซ์" ซึ่งมีชื่อเสียงโด่งดังมากในออสเตรเลีย ชุดนี้มีอยู่ 7 เล่ม ซึ่งปัจจุบันได้เขียนถึงเล่ม 5 แล้ว"การ์ธ นิกซ์" ได้ส่งต้นฉบับไปสู่ประเทศอีกหลายประเทศ ที่รู้จักก็มีอเมริกา อังกฤษ และก็ไทยนี่แหละ "บริษัทสำนักพิมพ์แจ่มใส"เป็นผู้ที่ซื้อลิขสิทธิ์ของประเทศไทย และนำมาแปลโดยคุณ "แสงตะวัน" จัดพิมพ์เป็นเล่มภาษาไทยโดย "สำนักพิมพ์เอ็นเธอร์บุ๊คส์" ซึ่งพิมพ์ไปแล้ว 4 เล่ม และออกจำหน่ายทั้งหมด
อาณาจักรแห่งกาลเวลา ตอนจันทร์มหันตภัย
เลขทะเบียน ISBN 974-93115-4-7
จำนวนหน้า 259 หน้า ราคา 179 บาท
"มหันตภัยร้ายแห่งการเผชิญหน้าเพื่อพิชิตกุญแจและรวบรวมให้เป็นหนึ่ง"
หนังสือเล่มนี้เป็นชนวนของการซื้อเล่มต่อๆ ไป ได้มาเป็นของขวัญวันเกิดเมื่อปี 48 ตอนแรกอ่านไม่รู้เรื่อง เรื่องราวสับสนทำเอาหัวหมุนตกพื้นไปเลย แต่อ่านไปอ่านมาก็เข้าใจมากขึ้น เป็นเรื่องราวที่เหมือนเป็นจริง ไม่เหลือเชื่อจนเกินไป จึงพยายามหาซื้อเล่มต่อไป
เรื่องย่อ
พินัยกรรมของมหาสถาปนิกผู้สร้างบ้านและจักรวาลถูกมือดีฉีกทำลายเป็นเจ็ดส่วน และเจ็ดส่วนนั้นถูกขังแยกโดยชิ้นแรกมียามรักษาการณ์เฝ้าระวังอยู่แน่นหนา มันอยู่ ณ ขอบของจักรวาลเรื่อยมาตลอด จนวันหนึ่ง พินัยกรรมชิ้นน้อยหลุดลอยจากการคุมขัง
อาณาจักรบ้านเบื้องล่างถูกปกครองโดยคุณวันจันทร์ผู้แสนขี้เกียจ ผู้ถือกุญแจดอกที่หนึ่งและเล็กที่สุดในบรรดากุญแจสู่อาณาจักรทั้งเจ็ด ความเกียจคร้านของวันจันทร์ทำให้งานในบ้านเบื้องล่างล่าช้า เกิดความสับสน ทำให้เกิดปัญหามากมายภายในบ้าน
อาเธอร์ เพนฮาลิกอน เด็กชายในอาณาจักรชั้นที่สองหรือจักรวาล รับมอบกุญแจจากคุณวันจันทร์ด้วยอุบายล่อลวงของพินัยกรรม จากนั้นภัยก็คุกคามมาสู่โลกมนุษย์ เมื่อเหล่าคนหน้าสุนัขติดตามมานำกุญแจกลับคืน พร้อมนำโรคระบาดมาปลิดชีวิตผู้คนบนโลกด้วย
ความปรารถนาในการกำจัดโรคร้ายนี้จึงนำพาอาเธอร์เข้าสู่บ้านเพื่อพิชิตคุณวันจันทร์ เขาต้องเผชิญหน้ากับสิ่งประหลาดและภัยร้ายมากมายอาทิ นิทลิ่งผู้ชั่วร้าย ห้องถ่านใต้ดินลึก บ่อลาวาร้อนภายในภูเขาไฟ เพื่อชิงกุญแจอีกดอกหนึ่งจากคุณวันจันทร์และรวมกันให้เป็นหนึ่งเดียว ซึ่งนั่นหมายถึง สิทธิในการปกครองบ้านโดยสัมบูรณ์
บทวิจารณ์ปก
สีปก
สีปกเป็นการผสมผสานระหว่างสีเหลืองซึ่งเป็นสีของวันจันทร์กับสีเขียว สีเทา สีดำคล้ำซึ่งแสดงถึงความลึกลับของอาณาจักร ให้ตรงกับข้อความในเล่มภาษาอังกฤษ "On the first day, there was mystery" นั่นเอง ถือว่าใช้ได้
องค์ประกอบในหน้าปก
เนื่องจากเป็นหนังสือเล่มแรกของชุด หน้าปกอาจยังไม่ดีควร ยังไม่สวยพอ แต่ก็ใช้ได้ เล่มต่อไปคงมีการพัฒนาและปรับปรุงให้ดีขึ้น เด็กหนุ่มในรูปก็คืออาเธอร์ เพนฮาลิกอน เด็กชายผู้ไม่รู้อิโหน่อิเหน่คนนั้นนั่นเอง ใบหน้าของอาเธอร์ไม่ค่อยดูดีเท่าไรนัก ใบหน้าเหมือนกับ Ed ในเรื่อง Ed, Edd 'n Eddy เลย 55 และลำตัวดูป่องๆ ที่พุง เหมือนเพิ่งกินอะไรมา และหัวก็ยุ่งมากๆ ผู้หญิงในนั้นคือคู่หูของอาเธอร์ ซูซี่ ฟ้าเทอร์คอยซ์ ซึ่งเราจะพบในเล่มก็ดูดี ตรงตามที่บรรยาย แต่ลิปสติกเยอะไปหน่อย และดูเป็นผู้ใหญ่เกินไป
กุญแจในเรื่องดูไม่เหมือนเข็มนาฬิกาโบราณ และเข็มนาฬิกาที่การ์ธ นิกซ์จินตนาการเอาไว้ มันควรจะเป็นเข็มยาวๆ แต่เป็นจินตนาการของผู้วาดซึ่งเราเข้าไปยุ่งไม่ได้อยู่แล้ว ส่วนอาคารแปลกๆ ในหน้าปกคงจะเป็นรูปแบบภายนอกของบ้านที่ปรากฏอยู่ในอาณาจักรชั้นที่สองจำนวนมาก ซึ่งเป็นทางเชื่อมอาณาจักรชั้นที่สองสู่บ้าน และบันไดก็คือบันไดไม่ควรเป็นที่เชื่อมที่ต่างๆ ในบ้าน ที่ผู้มีมีกุญแจเท่านั้นที่จะสร้างได้ ภาพและเนื้อหาไม่ได้เชื่อมกันเลยเพราะเนื้อหาบอกว่าบันไดต้องลงไปที่ห้องด้านหน้าของวันจันทร์ แต่เพื่ออรรถรสของผู้อ่านจึงทำให้แตกต่างมาหน่อย
สุดท้ายก็คือ หน้าปัดนาฬิกาด้านบน ผู้วาดสร้างไฮไลท์โดยการประทับหน้าปัดลงบนดวงจันทร์เพื่อสื่อถึงวันจันทร์และกุญแจ ซึ่งเป็นตัวดึงดูดผู้อ่านที่น่าประทับใจ เหมือนความลึกลับซ่อนอยู่หลังดวงจันทร์ฉายแสงออกมา ยังไงยังงั้น
บทวิจารย์เนื้อเรื่อง
ความสละสลวย/เนื้อเรื่องโดยรวม
เนื่องจากเพิ่งเริ่มเขียน เนื้อเรื่องจึงยังไม่สละสลวยพอ มีบางข้อความที่ค่อนข้างสับสนอยู่บ้าง เช่น "กำยาน กำมะถัน และความเศร้าใจ..." ฟังดูพิลึกนะ ว่ามั้ย บางคนยังบอกเลยว่าพิลึก การ์ธ นิกซ์น่าจะแต่งให้ดีกว่านี้ เนื้อเรื่องโดยรวมถือว่าใช้ได้ แต่ควรแต่งให้สละสลวยมากขึ้น เนื้อหาสับสนมาก อันนี้ไม่ค่อยชอบ แต่ถือว่าเป็นเรื่องแรกจึงไม่เป็นไร
การแปล
คุณแสงตะวันแปลได้เยี่ยมมาก มีการปรับปรุงความหมายของคำให้สละสลวย บางคำที่การ์ธ นิกซ์เขียน ถ้าแปลตรงๆ อาจทำให้ผู้อ่านสับสนได้ เช่นคำว่า Nothing ที่เป็นสิ่งที่ใช้สร้างทุกสิ่ง ซึ่งแปลได้ว่า "ไม่มีอะไร ไร้ ปราศจาก" คงจะแปลกนะถ้าเขียนว่า "บ้านตั้งอยู่บนไม่มีอะไร" ต้องพลิกแพลงเป็น สุญญะ ซึ่งก็แปลได้ว่า ไม่มี ไร้ ปราศจากเหมือนกัน จึงกลายเป็น "บ้านตั้งอยู่บนสุญญะ" ฟังดูเหมือนมีเนื้อหนัง คนเราต้องรู้จักพลิกแพลงกันบ้าง เพื่อให้อ่านง่ายขึ้นและไม่ปวดหัว
การแปลเนื้อเรื่องก็ใช้ได้ เชื่องโยงซึ่งกันและกัน ไม่สับสน ถ้าหากอ่านของการ์ธ นิกซ์ต้องปวดหัวแน่ๆ แต่ถ้ารู้จักพลิกแพลง เราก็สามารถอ่านหนังสือที่มีศัพท์แปลกๆ อย่างนี้ได้แน่นอน
อาณาจักรแห่งกาลเวลา ตอน อังคารอหังการ
เลขทะเบียน ISBN 974-93365-1-8
จำนวนหน้า 239 หน้า ราคา 169 บาท
"ความผยองเหลือร้ายที่เด็กชายหมายพิชิตโดยมีชีวิตของเขาและชาวโลกเป็นเดิมพัน"
"อาณาจักรแห่งกาลเวลา" เล่มนี้มันส์มาก อลังการ ยิ่งใหญ่ ยอดเยี่ยมที่สุด มีเนื้อหาน่าผจญภัย ลุ้นระทึกดี ราคาก็ถูกที่สุดในบรรดาหนังสือชุดด้วย ซื้อหนังสือเล่มนี้มาเมื่อมกราคมที่ผ่านมา หลังจากที่ไม่ได้ซื้อมานานปีกว่าๆ แล้ว น่าติดตาม
เนื้อเรื่องย่อ
หลังเสร็จสิ้นภารกิจมหันตภัยจากคุณวันจันทร์ อาเธอร์ได้นำผู้กวาดราตรีมายังอาณาจักรชั้นที่สอง โดยหารู้ไม่ว่า อีกไม่กี่ชั่วโมงให้หลัง เขามีอันต้องกลับมายัง 'บ้าน' อีกครั้ง
มหาภัยคราวนี้อาเธอร์ต้องเจอกับอังคารเคร่ง บุรุษหน้าเลือดที่พร้อมจะพรากทุกอย่างไปจากอาเธอร์ โดยการคุกคามเศรษฐกิจของดาวบ้านเกิด อาทิ น้ำมันขึ้น หุ้นตก สร้างหนี้ ทำให้เกิดความวุ่นวาย ภยันอันตรายนานาชนิดที่เด็กชายจะต้องเผชิญร้ายแรงไม่แพ้วันก่อนๆ
อังคารเคร่งเป็นผู้ปกครองผืนดินไกลของบ้าน เขาได้ขุดหลุมลึกเพื่อนำสุญญะมาประดิษฐ์สิ่งของต่างๆ เพื่อขายกับส่วนต่างๆ ของบ้าน เพื่อแลกกับเงินหรือคนงาน เมื่อสุญญะเดิมมีน้อย อังคารเคร่งจึงต้องการขุดมากขึ้นเพื่อสนองความต้องการของตน ทำให้หลุมลึกลึกลงไปถึงรากฐานของบ้าน ทำให้บ้านไม่มั่นคง จากปัญหาต่างๆ ทั้งสุญญะระเบิด นิทลิ่ง และวันข้างหน้าที่ต้องการทำลายบ้าน พร้อมทำให้บ้านและจักรวาลกลับสู่สุญญะทุกเมื่อ
เพื่อแก้ไขสถานการณ์ที่ผู้ดูแลจอมคดก่อขึ้น อาเธอร์ต้องต่อสู้กับสัตว์ประหลาด ผจญความมืดในหลุมลึก บุกหอคอยสมบัติ นั่งเรืออวกาศฝ่าใจกลางดวงอาทิตย์ เพื่อตามหาพินัยกรรมชิ้นที่สอง โดยมีครอบครัวของเขา และชาวโลกเป็นเดิมพัน
บทวิจารณ์ปก
สีปก
สีปกเป็นสีชมพู ซึ่งเป็นสีประจำวันอังคาร แต่สีสดใสไปนิด เหมือนหนังสือวรรณกรรมคิกขุอาโนเนะ ไม่ตรงกับข้อความ"On the second day, there was darkness" แต่สีเทาก็ช่วยลดความสดใสลงบ้าง
องค์ประกอบในหน้าปก
องค์ประกอบในหน้าปกนี้ค่อนข้างดี ปกหลังมีรถไฟเหล็กสีแดงที่อยู่ในเรื่อง อาเธอร์ในเรื่องนี้ดูดีที่สุด หน้าตาใสกิ๊ก แต่มือของอาเธอร์หยาบกร้านไปหน่อย ดูบิดๆ งอๆ สัญลักษณ์กุญแจที่ควรเป็นเข็มนาฬิกาเปลี่ยนเป็นวงกลมที่มีฟันเฟืองอยู่ข้างใน แล้วข้างหลังก็มีอังคารเคร่ง ดูตัวเตี้ยๆ ยังไงไม่รู้ ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ และมีถุงมือ ซึ่งเป็นกุญแจชิ้นที่สอง โผล่ออกมาด้วย (สันนิษฐานว่าอังคารเคร่งแต่ก่อนต้องเคยหล่อ แต่ด้วยความละโมบในจิตใจใบหน้าจึงบิดเบี้ยว)
ข้างล่างมีพวกพิลึกพิลั่น ซึ่งก็คือคนรับใช้ของอังคารเคร่งอยู่ด้านล่างด้วย และมีรางรถไฟ ซึ่งลงดิ่งไปสู่ก้นหลุมลึกอีกด้วย ซึ่งแหวกแนวนิดๆ เพราะพวกพิลึกพิลั่นไม่ปรากฏอยู่บนทางรถไฟในเนื้อเรื่องขณะอาเธอร์บิน คงเป็นเพราะดูดี
บทวิจารณ์เนื้อเรื่อง
ความสละสลวย/เนื้อเรื่องโดยรวม
เนื้อเรื่องในเล่มนี้ถือว่าใช้ได้ ไม่ตกหล่น มีเนื้อหาที่น่าผจญภัย มีความรู้สึกอยากเข้าไปในหนังสือมากๆ ผู้เขียนพยายามเน้นให้มีการผจญภัยมากกว่าเล่มอื่นๆ แต่ไม่เข้าใจในบทที่ 4 ที่มีพวกพิลึกพิลั่นควบคุมเครื่องจักรที่คล้ายแมงมุมอวกาศ เชื้อเพลิงเป็นสุญญะใช่มั้ย แต่รู้สึกไม่เข้าใจในหน้านี้มาก เรื่องราวที่น่าสนใจที่สุดคือตอนอยู่ในห้องเก็บสมบัติ ล่องเรือฝ่าใจกลางดวงอาทิตย์ และเผชิญหน้ากับอังคารเคร่ง ส่วนตอนที่ประทับใจที่สุดคือตอนอาเธอร์บรรเลงเพลงระนาด ประทับใจจริงๆ โห เยี่ยม
เออ ในเรื่องมีคำว่า เดวี่ โจนส์ ด้วยล่ะ ทอมบอกว่า เก็บเหรียญเอาไว้จ่ายเดวี่ โจนส์ เผื่อจมน้ำตาย แต่ตาลุงเป็นพลเมืองนี่นา ไม่ตายเพราะจมน้ำหรอก ลุงนิกซ์เขียนเอาไว้ตลกๆ เป็นแน่
การแปล
คุณแสงตะวันแปลได้ดีเยี่ยมอีกแล้ว หนังสือเล่มนี้แปลไม่ตกหล่นเลย ชอบบุคลิกของจาเพ็ทดี "พระคุณท่าน""ผู้เป็นที่พึ่งอันเกษม" ฮิฮิ เยี่ยมยอดจริงๆ สำนวนใช้ได้ แสดงความรู้สึกของตัวละครได้ชัดเจน
อาณาจักรแห่งกาลเวลา ตอน พุธเพชฌฆาต
เลขทะเบียน ISBN 974-93516-6-5
จำนวนหน้า 312 หน้า ราคา 199 บาท
"มหาภัยจากภารกิจยิ่งใหญ่เหนือผืนน้ำอันตรายกับปีศาจร้ายแห่งท้องทะเล"
เล่มนี้เป็นเล่มที่ชอบมากที่สุดในชุดนี้เลย การผจญภัยมันส์กว่าเล่มที่แล้วอีก สักหลายร้อยเท่าเลยให้ความรู้สึกว่าอยากเข้าไปผจญภัยด้วย เนื้อเรื่องเยี่ยม เป็นผลงานชิ้นโบว์แดงของคุณแสงตะวันเลย ซื้อมาเมื่อปลายเดือนกุมภาฯ ก่อนสอบ
เนื้อเรื่องย่อ
อาเธอร์ต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลหลังจากการผจญภัยมหาโหดที่ผืนดินไกล ที่นั้นเขาได้พบกับลีฟ เพื่อนของเขาและเล่าความจริงให้เธอฟังตามสัญญา แต่แล้วจู่ๆ ก็เกิดน้ำท่วมห้อง คลื่นลูกใหญ่ได้พัดพาเขาบนเตียงพยาบาลพร้อมกับลีฟเข้าสู่แนวพายุอย่างไม่ทันระวังตัวสู่ทะเลกั้นอาณาเขตของท่านหญิงวันพุธ และแยกทางกับอาเธอร์อย่างกะทันหันด้วยความผิดพลาดของการขนส่ง
ท่านหญิงวันพุธเป็นผู้ปกครองทะเลกั้นอาณาเขตของบ้าน เมื่อได้รับชิ้นส่วนของพินัยกรรมได้ไม่นาน ท่านหญิงก็เกิดอาการหิวโหยนานนับสองพันปี ก่อนจะกลายเป็นปลาวาฬร้ายขนาดเท่ากรุงเทพฯ ด้วยอุบายของวันข้างหน้า ทำให้เก้าในสิบของผืนดินเหนือทะเล ต้องจมลงไปอย่างน่าเศร้า สำนักงานบนผืนดินที่เหลือส่วนหนึ่งได้กลายเป็นเรือ ล่องลอยท่ามกลางทะเลที่แสนอันตราย โดยหารู้ไม่ว่าวันพุธผู้หิวโหย จะมาปลิดชีวิตพวกเขาเมื่อไหร่ ชะตากรรมอันเลวร้ายของวันพุธทำให้บางส่วนของทะเลเชื่อมเข้ากับทะเลของโลกต่างๆ ในอาณาจักรชั้นที่สอง และสุญญะ ซึ่งกัดกร่อนรากฐานของบ้านมากขึ้นเรื่อยๆ และนางก็ไม่สามารถควบคุมมันได้ด้วยตนเอง เพราะจำเป็นต้องใช้ควบคุมขนาดของตัวเองตลอดเวลา
ด้วยบัตรเชิญร่วมโต๊ะอาหารกลางวัน ณ ทะเลกั้นอาณาเขต อาเธอร์มีอันต้องผ่านเข้าสู่บ้านอีกครั้ง อาเธอร์ต้องร่วมเดินทางไปกับลูกเรือของมอธ ซึ่งเคยเป็นสำนักงานตรวจนับธรรมดา และหนูเติบโตที่ลึกลับ โดยมีภัยต่างๆ รอคอยอยู่เบื้องหน้าอาทิ กระแสน้ำที่ไม่เคยทุเลา ความร้อนระอุที่เผาผิวหนัง ปลาวาฬร้ายที่คอยกลืนกินทุกสิ่ง ภารกิจตามหาลีฟผู้โชคร้าย การตามล่าของโจรสลัดฟิเวอร์วิวผู้เหี้ยมโหด และการแสวงหาพินัยกรรมชิ้นที่สาม
ระหว่างนี้ชีวิตของพลเมืองและชะตากรรมของวันพุธผู้ถูกสาปอยู่ในกำมือของเด็กชาย เขาจะทำสำเร็จหรือไม่ ติดตามดู
บทวิจารณ์ปก
สีปก
ปกของหนังสือเล่มนี้ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา สีเขียวของวันพุธทำให้น้ำทะเลดูมีชีวิตชีวามาก ถึงแม้ว่าหนังสือจะบอกว่าทะเลกั้นอาณาเขตมีน้ำสีน้ำเงินกรมท่าก็ตาม มีการจัดแสงเงาได้ดีเยี่ยม แต่ไม่มีสีที่บ่งบอกถึงความน่ากลัวของทะเล
องค์ประกอบในหน้าปก
อาเธอร์ในหน้าปกดูเด็กมาก เหมือนเด็บ 9 ขวบ สงสัยต้องเป็นที่ขา ขาข้างขวาใหญ่กว่าข้างซ้ายพิลึก เพราะในหนังสือบอกว่าข้างซ้ายใส่กระดูกปู แต่ข้างขวาเหมือนใส่กระดูกปู กางเกงยับรึเปล่านะ ปกหลังมีเรือ "ฟลายอิง แมนทิส" ที่เพรียวบางดูดี แต่เหมือนมันจะลอยอยู่เหนือผิวน้ำและระดับน้ำอยู่ต่ำมากไปหน่อย นะจะให้ลอยในน้ำ ไม่ใช้ลอยเหนือน้ำ ถ้าลอยอยู่ในน้ำก็น่าจะให้จมไปอีกเมตรสองเมตร ในปกไม่มีองค์ประกอบของ "On the third day, there were pirates" น่าจะมีเรือโจรสลัดเล็กๆ สักลำ
ในหน้าปกอาเธอร์ยืนอยู่บนมอธโดยมีวันพุธอยู่ข้างหลัง และสายน้ำอันตราย อาเธอร์ดูเด็กไปนะ และในหนังสือไม่ได้บอกว่าอาเธอร์ต้องเจอกับวันพุธขณะที่ยังอยู่ในเรือ แหวกแนวอีกแล้ว แต่ไม่เป็นไร ดูโหดๆ แต่ภาพก็ระทึกใจ น่ากลัวมากๆ กงจักรกุญแจซ้ำกับเล่มที่สอง น่าจะเปลี่ยนบ้างก็ดี
บทวิจารณ์เนื้อเรื่อง
ความสละสลวย
จากที่ได้บอกไปแล้ว หนังสือเล่มนี้มันส์มาก เนื้อเรื่องลุ้นระลึก น่ามหัศจรรย์ มีข้อความพวกเลียนเสียงให้ตลกขบขันอย่าง "ระว้า!!!!" จากคำว่าระวัง และ "แคตาร์พิลลาร์" จากแคตาพิลโลว์ ชื่อคนส่วนใหญ่ออกเสียงยากในหนังสือเล่มนี้ แต่ต้องยอมรับว่าเนื้อหาค่อนข้างดี บรรยายสถานที่ได้เยี่ยม แต่บรรยายท่าเรือวันพุธไว้น้อย
เสียดายที่การ์ธ นิกซ์เขียนตอนที่อาเธอร์รับประทานอาหารกับวันพุธ วันพุธพูดน้อยไปหน่อย น่าจะเขียนเป็น 1 บทให้อ่านอย่างเต็มอิ่มไปเลย สงสัยคุณการ์ธ นิกซ์ คงจะชอบเรื่อง The pirates of the Caribbean แน่ๆ เลย เค้าโครงมาจากเรื่องนี้หมด ฟีเวอร์วิวก็เหมือนกัปตันเดวี่ โจนส์ และมีฉากบู๊เยอะแยะในเรื่องเหมือนในหนังมากๆ ดูตัวอย่างหนังทีไรนึกถึงเรื่องนี้ทุกที
การแปล
การแปลก็ไม่แตกต่างจากเล่มอังหารอหังการ ยอดเยี่ยมทีเดียว สำนวนข้อความสละสลวย ศัพท์เข้าท่า น่าสนใจ ไม่แพ้เล่มที่ผ่านมาเลย แปลได้ไม่ตกหล่น แปลได้อย่างมืออาชีพทีเดียวโอ้! เยี่ยม
อาณาจักรแห่งกาลเวลา ตอน พฤหัสเจ้าศาสตรา
เลขทะเบียน ISBN 974-94843-6-3
จำนวนหน้า 264 หน้า ราคา 179 บาท
"การสู้รบกับทหารไม่มีวันตายและแผนการร้ายของวันข้างหน้า
ซึ่งท้าทายความกล้าของอาเธอร์"
"อาณาจักรแห่งกาลเวลา" เล่มนี้ไม่ค่อยสนุกเท่าไร แต่เนื้อหาเข้มข้นสุดยอด มีฉากสงครามสมรภูมิรบที่เปลี่ยนแปลงภูมิประเทศได้ นิทลิ่ง และอื่นๆ อีกมากมาย ประทับใจในความอลังการของวงกตยิ่งใหญ่ที่มีพื้นที่กว้างกว่าหนึ่งล้านตารางไมล์ ขนาดของวันพุธน่ะ จิ๊บจ้อยมากเมื่อเทียบกับขนาดของวงกตยิ่งใหญ่ เล่มนี้ซื้อมาพร้อมกับเล่ม 3 ไม่เคยซื้ออาณาจักรแห่งกาลเวลาพร้อมกัน 2 เล่มมาก่อน แต่ก็อดใจไม่ไหวง่ะ
เนื้อเรื่องย่อ
หลังจากผ่านวันพุธที่ยาวนานในท้องทะเลที่กว้างใหญ่ เด็กชายอาเธอร์ เพนฮาลิกอนผู้ยอมรับชะตากรรมของตนแล้วก็ได้รู้แก่ใจว่าต้องมีวันพฤหัสฯ ตามมา แต่สำหรับเขาแล้ว มันไม่ใช่วันธรรมดา หากคือการสู้รบในสงครามครั้งใหญ่ที่ไม่ได้เกิดขึ้นในบ้านมาหลายแสนกว่าปีแล้ว
วงกตยิ่งใหญ่ถูกปกครองโดยเซอร์พฤหัสบดีจอมโมโห ผู้มีหน้าตาเหมือนอดีตประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ(จริงๆ นะ) เป็นผู้ดูแลที่อารมณ์ร้อนเข้าใกล้ใครมักมีเรื่องร้ายแรงถึงขั้นเสียเลือดเสียเนื้อเลยทีเดียว จึงไม่มีใครอยากเข้าใกล้เขานักแม้แต่ย่ำรุ่ง ยามเที่ยง และย่ำค่ำก็เช่นกัน เซอร์พฤหัสบดีเองไม่สามารถทำการดูแลอาณาจักรของเขาได้ เพราะหากเขาทำ พินัยกรรมจะสามารถหลุดจากการคุมขังได้ ท่านเซอร์จึงผนึกมันไว้กับกุญแจ และดูแลมันอยู่ตลอดเวลา การปฏิบัติของเขานั้นทำให้วงกตยิ่งใหญ่ขาดการดูแล และมีภัยคุกคามมากขึ้นเรื่อยๆ จนเกือบถูกยึดครองหมดแล้ว แต่ไม่มีใครกล้าบอกเซอร์พฤหัสบดี เพราะนั่นเป็นความเสี่ยง
การกลับมาอีกครั้งของเด็กชายในคราบของทหารกล้ากลางสมรภูมิรบอันดุเดือด พรั่งพร้อมไปด้วยข้าศึกตัวร้ายที่รู้จักกันว่าเป็นนิทลิ่งที่ฉลาดหลักแหลม มีปัญญากว่านิทลิ่งชนิดไหนๆ จำนวนมหาศาลในการควบคุมของคนเป่าปี่ที่มีแผนปกครองบ้าน เขาจำต้องสู้เพื่อครอบครองพินัยกรรมและกุญแจจากท่านเซอร์จอมโมโหให้จงได้ เพื่อยุติสงครามที่ยาวนานให้จบลง
ทั้งตัวเขาเองยังไม่อาจกลับสู่โลกได้ด้วยตนเองเพราะถูกเด็กชายไร้หนังแสนอันตรายสวมรอย มันแพร่ราที่สามารถอ่านความคิดและควบคุมทุกคนที่มันแตะต้อง เป็นแผนการร้ายของวันข้างหน้าที่กำลังท้าทายความกล้าของอาเธอร์
บทวิจารณ์ปก
สีปก
ปกเล่มนี้เน้นสีส้มและสีเหลือง ซึ่งเป็นสีประจำวันพฤหัสบดี และไล่สีจากในสุดเป็นสีเหลือง และเป็นสีส้ม น้ำตาล และดำมายังนอกสุด เหมือนมีรังสีแสงแผ่ออกจากจุดกึ่งกลางของปก เป็นเทคนิคที่หลักแหลมมากทีเดียว
องค์ประกอบในหน้าปก
จุดเด่นของปกก็คืออาเธอร์ในชุดทหารสีน้ำเงินและเซอร์พฤหัสบดีที่กำลังสู้กันอยู่ อาเธอร์ดูเหมือนผู้ใหญ่มากเกินไป ตัวสูงเกินไป และริมฝีปากก็ดูเผยอๆทำให้นึกถึงภราดร ศรีชาพันธ์ กำลังยกไม้เทนนิสออกจากที่หุ้มของไม้ แปลกดีออกพุงก็ป่องเหมือนเดิม ส่วนเซอร์พฤหัสบดีที่หน้าตาคุ้นมากๆ (ย้อนดูด้านบน) ก็ดูทะมัดทะแมง แต่ในเรื่องบอกว่าเซอร์พฤหัสไม่ได้สวมหมวกเบเร่ต์อย่างงั้นตอนสู้กับอาเธอร์น่ะ ผิดพลาดมากๆ เลย อีกอย่างอาเธอร์ควรใช้ดาบที่เป็นกุญแจ แต่ดูเหมือนดาบประจำตัวเขามากกว่า แต่แสงด้านล่างช่วยให้จุดด้อยกลายเป็นจุดเด่นจนแทบไม่สนใจ
ฉากหลังยอมรับว่าสวยมาก นอกจากกงล้อประหลาดแล้ว ยังมีภาพสเก็ตของป้อมปราการต่างๆ ของเซอร์พฤหัสบดีรางๆ ดูเหมือนแสงจะทำให้ภาพเหลือแต่ขอบ คล้ายๆ กับภาพสเก็ตกำแพงเมืองจีนเอามากๆ
บทวิจารณ์เนื้อเรื่อง
ความสละสลวย/เนื้อเรื่องโดยรวม
ไม่แปลกที่มีเนื้อหามันส์ถล่มทลาย เพราะเล่มนี้เล่าถึงสงคราม ก็ต้องมีบรรยากาศของสงครามอยู่แล้ว คนตายเอย ทหารเอย เสียบดาบเอย ทำให้รู้สึกเหมือนอยู่ท่ามกลางสมรภูมินั้น ขณะมองไปรอบๆ เห็นทหารกำลังสู้รบกับนิทลิ่ง แต่ไม่ได้ความรู้สึกอยากเป็นทหารแม้แต่น้อย มีคำที่ฟังดูแมนๆ เป็นผู้ชายมากเกินไป ฟังดูเหนียวๆ เหมือนอยู่กับเหงื่อ ร้อนระอุ แฮ่กๆๆ
เนื้อเรื่องได้แบ่งเป็นสองส่วน ส่วนแรกเป็นชีวิตของอาเธอร์ในวงกตยิ่งใหญ่ ส่วนที่สองเป็นการผจญภัยของลีฟเพื่อเอาวัตถุที่สร้างเด็กชายไร้หนัง ไปให้อาเธอร์ทำลายเป็นสุญญะ ส่วนแรกระทึกตอนอาเธอร์ผู้โชคร้ายเจอเฟรด ทอง ถูกล้างระหว่างหู คอยลุ้นอยู่เสมอว่าอาเธอร์จะกลับเป็นปกติได้หรือไม่ รวมทั้งตอนผจญภัยในวงกตยิ่งใหญ่และส่วนที่สองคือตอนลีฟหนีออกจากโรงพยาบาล และตอนซูซี่บินกลับไปยังบ้าน ส่วนตอนจบรู้สึกไม่ประทับใจ เพราะอาเธอร์เกิดฟุบหลับเพราะพลังในตัวมากเกินไป และลีฟต้องฟังข่าวร้ายของท่านหญิงวันศุกร์!!
การแปล
ประทับใจตรงคำว่า "Not-Horse" ที่ควรแปลว่า ไม่ใช่ม้า แต่เป็น "อสินธพ" แทน อ่านแล้วประทับใจในการพลิกแพลงของคุณแสงตะวันเสียจริง นอกนั้นก็ใช้ได้
และ....
อาณาจักรแห่งกาลเวลา ตอน ศุกร์รัตติกาล
เลขทะเบียน ISBN 978-974-09-0296-6
จำนวนหน้า 248 หน้า ราคา 169 บาท
"การตอบรับคำเชิญจากรานีแห่งความมืด ผู้ควบคุมแสงเงาและความหวาดกลัว"
เล่มนี้เป็นบรรดาหนังสือที่รอคอย....มานานแสนนนนนนนนานมากที่สุด แปลกใจกับหน้าตาใหม่ (และก็เลขทะเบียนแบบใหม่ด้วย
) เพิ่งออกไปเมื่อวันที่ 24 เมษายนที่ผ่านมานี่เอง แต่ตนเองตามข่าวช้าไป คิดว่าเล่มนี้น่าสนใจพอควรและจะลองอ่านดูว่าตรงกับสมมุติฐานที่ตนได้จินตนาการไว้หรือเปล่า
หมายเหตุ: เล่มนี้ใช้เวลาเพียง 4 ชั่วโมงก็อ่านจบแล้ว (อ่านเพลิน
)
เนื้อเรื่องย่อ
อาเธอร์ เพนฮาลิกอน สามารถพิชิตผู้ดูแลได้สี่คนแล้ว และได้ครอบครองมหากุญแจแห่งจักรวาลได้ 4 ดอกแล้ว ถึงแม้จะได้เกินครึ่ง แต่ภารกิจก็ยังคงดำเนินต่อไป ภารกิจที่ลำบากและแสนสาหัสกว่าวันก่อนๆ
วันเสาร์พยายามเข้าครอบครองทุกสิ่งทุกอย่างในบ้านและควบคุมระบบกิจการต่างๆ รวมทั้งปิดการขนส่งทุกอย่างที่สามารถพาอาเธอร์มายังบ้านเบื้องบนได้ อีกทั้งคนเป่าปี่ บุตรคนที่สามแห่งมหาสถาปนิกก็กลับมาจากสุญญะและอ้างว่าตนควรเป็นทายาทครอบครองบ้านและจักรวาล
ภารกิจการต่อสู้ในวงกตยิ่งใหญ่นั้นต้องอยู่ไว้ก่อน เมื่อท่านหญิงวันศุกร์ ราชินีแห่งบ้านเบื้องกลางได้ส่งสาส์นท้ารบแก่อาเธอร์ คนเป่าปี่และวันเสาร์ ว่าตนสละอำนาจต่างๆ ของตนแล้ว และขอทิ้งกุญแจไว้บนหออาลักษณ์ ใครมาถึงก่อนได้อำนาจไปเลย ส่วนตัวเองขอไปปลีกวิเวกยังสถานที่ลึกลับโดยไม่ต้องการให้ใครรบกวน
การแย่งชิงครั้งยิ่งใหญ่ ระหว่างอาเธอร์ เพนฮาลิกอน ทายาทผู้ทรงสิทธิ วันเสาร์จอมเจ้าเล่ห์ และนักเวทผู้ยิ่งใหญ่อย่างคนเป่าปี่ กำลังจะเริ่มขึ้น!
ไม่ว่าแผนการนี้จะเป็นแผนลวงหรือไม่ อาเธอร์ก็ต้องออกเดินทางสู่ดินแดนอันมืดมิดและหนาวเย็นของทุ่งราบ ล่องแพไปกับคนผลักกระดาษท่ามกลางคลองหลวงขับอักษร บินไปกับผู้รับใช้มีปีกแห่งรัตติกาล เพื่อไปถึงกุญแจดอกที่ห้าก่อนสองพลเมืองผู้ยิ่งใหญ่จะไปถึง
อาเธอร์ได้รับรายงานว่าท่านหญิงวันศุกร์ได้ทำการลักพาตัวผู้รู้ตายไปอย่างลับๆ สู่สถานปลีกวิเวกของนาง หนึ่งในนั้นมีลีฟด้วย ยิ่งเลวร้ายกว่านั้นอีกเมื่อแม่ของเขาหายตัวไป ขณะเดียวกันภัยร้ายที่ซุกซ่อนอยู่ในตัวเขาเองก็เริ่มกัดกินร่างกายของเด็กชายไปด้วย นาฬิกานับถอยหลังสู่ความเป็นพลเมืองเริ่มทำงาน อาเธอร์กำลังจะกลายเป็นผู้ไม่รู้ตายเข้าไปทุกนาที
บทวิจารณ์ปก
สีปก
หน้าปกนี้ประกอบไปด้วยสีฟ้าแบบทึบทึม โทนสีเทา (คล้ายๆ กับวันอังคาร คือเพิ่มสีเทาเข้ามาด้วย) มีสีแดงด้านซ้ายล่างและสีเขียวด้านขวาช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้กับหน้าปก และเพิ่มแสงสีขาวจากหมู่เมฆ รวมทั้งมีเส้นแวววับแผ่จากรูปฟันเฟืองทำให้น่าสนใจ
จริงๆ และอยากได้สีน้ำเงินมากกว่า แต่นี่ก็สวยไปอีกแบบ
องค์ประกอบในหน้าปก
หน้าปกประกอบด้วยอาเธอร์ กำลังยืนอยู่บนพินัยกรรม ถือหนังสือและปากกาขนนก และมีสัตว์ประหลาดอยู่ข้างหลัง คาดว่าหน้าจะเป็นตัวพินัยกรรมเองแบบช็อตในอดีต(ก่อนจะบินมาเป็นภาพใหญ่ๆ ซึ่งเป็นภาพปัจจุบัน) ซึ่งไม่ค่อยจะตรงกับเนื้อเรื่องเสียเท่าไร เพราะจริงๆ แล้วอาเธอร์ไปได้ยืนอยู่บนพินัยกรรม แต่บินตาม อีกทั้งในหน้าปกอาเธอร์ยังไม่มีปีกเสียด้วย
อีกหนึ่งก็คือ หน้าตาของอาเธอร์ ดูเด็กเกินไป ไม่เหมือนเป็นเด็กวัย 12-13 ปีเลย (เหมือนเด็ก 8 ขวบ)
ไม่เป็นไรครับ วันเสาร์ค่อยเอาใหม่ก็ได้ ขอให้เน้นตรงความเหมือนในเนื้อเรื่องก็เพียงพอครับ
บทวิจารณ์เนื้อเรื่อง
ความสละสลวย/เนื้อเรื่องโดยรวม
คราวนี้ก็เหมือนเล่มสี่ คือแบ่งออกเป็นการผจญภัยของลีฟ และการผจญภัยของอาเธอร์ เมื่ออ่านไปเรื่อยๆ ก็ยากที่จะวางลง ต้องติดตามต่อไปเรื่อยๆ
อืมม์ หนังสือเล่มนี้ไม่ค่อยสนุกสักเท่าไร เพราะมีฉากตื่นเต้นน้อยเกินไป แต่ก็น่าสนใจคุ้มกับเวลาที่รอคอย อ่านแล้วให้ความรู้สึกเหมือนลิ้มรสไอศกรีม(อ่านบทแรกๆ กำลังทานไอศกรีมอยู่) ท่องชมเวนิสยามค่ำคืน(ล่องแพ) มีความสุขกับของวิบวับทั้งหลาย
เนื้อเรื่องไม่ค่อยตรงกับจินตนาการ ผิดหวังจัง
การแปล
ชื่นชมกับความเก่งของคุณแสงตะวันมาก สามารถสรรหาคำไทยมาแปลคำศัพท์ยากๆ ของการ์ธ นิกซ์ ได้อย่างสละสลวย ปลื้มกับการแปลคำว่า "The Scriptorium" เป็นหออาลักษณ์ เพราะเจ้าของบล็อกเองแปลเป็นได้เพียง "ห้องเขียนหนังสือ" หรือ "ห้องทรงอักษร" เท่านั้น
อีกคำหนึ่ง "Artful Loungers" เป็น "ผู้เฉื่อยคร้านมากเล่ห์" ก็เหมาะสมดี เพราะสังเกตว่าคำว่า "Artful" น่าจะแปลว่า "มีเล่ห์เหลี่ยม" โดยมิได้ดูพจนานุกรมแต่อย่างใด
แม้ว่าจะใช้เวลานานเสียหน่อย แต่ก็แปลได้ดีไม่แพ้เล่มอื่นๆ สมแล้วที่เป็นคุณแสงตะวัน
(หมายเหตุ: อ่านแล้วแปลกๆ สำหรับคำว่า "นักเวท" เพราะเล่มก่อนๆ ใช้คำว่า "นักเวทย์" มาก่อน ก็เลยแปลก ที่จริงอยากให้ใช้คำว่า "นักเวทย์" มากกว่าถึงแม้จะขัดกับราชบัณฑิตยสถานก็ตาม)
ภารกิจต่อไป:รอวันเสาร์
"...กล้าหาญไว้ อดทน..."
"...ความรอบคอบเป็นสิ่งสำคัญ..."
"...ถ้าท่านมีศรัทธา ทุกอย่างจะเป็นไปด้วยดี"
"...สุดท้าย จะมีความยุติธรรม..."
"...จะทำอะไรก็ต้องอยู่ในความพอดี"
ปล. หากท่านสนใจจะซื้อหนังสือเล่มนี้ ท่านสามารถสั่งซื้อได้ทางเว็บไซต์ "แจ่มใส" นะครับ (ถ้าเป็นสมาชิกด้วยก็จะลดให้ด้วย)