[Movie] เปิดตำนาน Inkheart จากหนังสือในหนังสือ ...สู่ภาพยนตร์จอแก้วที่ทุกคนรอคอย
posted on 16 Feb 2009 21:05 by dungeonkids in Movie, Reviewในที่สุด
ข้าพเจ้าก็สามารถปลีกตัวจากภาระอันยุ่งเหยิง
และตำราทบทวนชวนปวดสมอง
มาดูภาพยนตร์เรื่องแรกที่ได้ชมในปีนี้
นั่นคือ
หรือที่เราเรียกสั้นๆ กันว่า "อิงค์ฮาร์ท" จนติดปาก
อยากรู้ไหมว่าตัวผมรู้จัก "อิงค์ฮาร์ท" ได้อย่างไร
อันที่จริง ผมก็ไม่เคยรู้จัก หรือหยิบ "หัวใจน้ำหมึก" เข้าตะกร้า จ่ายเงิน ห่อปกใส่ถุงกลับมาอ่านที่บ้านเลยแม้แต่น้อย (ปกติจะวิ่งเต้นอยู่ที่เรื่อง "แฮร์รี่ พอตเตอร์"
)
แต่ผมกลับรู้จักมัน ในป้ายโฆษณาเล็กๆ บนหัวของเว็บไซต์แห่งหนึ่ง
เมื่อผมได้รู้จัก ผมก็เกิดความปรารถนาที่จะดูภาพยนตร์เรื่องนี้ให้ได้
หลังจากนั้น ผมก็ได้รู้จักวรรณกรรมชุดนี้มากขึ้น ในนิตยสารเล่มโปรดฉบับเดือนมกราคม 2552
ในนั้นได้กล่าวไว้ว่า "หัวใจน้ำหมึก" เป็นหนึ่งในสามเล่มของวรรณกรรมชุด "โลกน้ำหมึก" หรืออะไรทำนองนั้น ของคอร์นีเลีย ฟุงเค่อ นักเขียนชาวเยอรมัน ผู้ได้รับฉายาว่า "เจ.เค. โรว์ลิ่ง แห่งเยอรมนี" (เพราะงั้น ป้าโจก็เป็น "คอร์นีเลีย ฟุงเค่อ แห่งสหราชอาณาจักร" น่ะสิ
)
เป็นเรื่องเกี่ยวกับความวุ่นวายที่เกิดจากพลังวิเศษของพวก "ลิ้นเงิน (วาจาสิทธิ์)" ที่สามารถดึงเอาตัวละครในหนังสือออกมายังโลกแห่งความจริงได้ แต่ก็ต้องเสียคนในโลกแห่งความจริงหนึ่งคนกลับลงไปในหนังสือเช่นกัน
ตรงกับสำนวน "ได้อย่างเสียอย่าง" จริงไหมครับ?
นอกนั้นก็ยังมีเรื่องอื่นที่น่าสนใจอีกมาก หาอ่านได้ในเล่มโปรดเล่มดังกล่าวนะครับ
ผมเดาว่า ที่เรื่องนี้สนุก ก็คงเป็นเพราะว่า วรรณกรรมเรื่องนี้ เป็นวรรณกรรมประเภท " 'หนังสือ' ซ้อน 'หนังสือ' " เช่นเดียวกับ "จินตนาการไม่รู้จบ (The Neverending Story)"
แถมยังเป็น "หนังสือ" ที่มีชื่อเดียวกับ "หนังสือ" อีกด้วย
ด้วยความที่เป็น " 'หนังสือ' ซ้อน 'หนังสือ' " ทำให้หนังสือเล่มนี้มีความน่าสนใจมากขึ้น
เนื้อเรื่องของหนังสือ ล้วนเต็มไปด้วยสิ่งที่เป็นไปได้ หนังสือที่เล่าเรื่องเหนือจินตนาการ เป็นสิ่งที่เป็นจริง เพราะมนุษย์เป็นผู้เขียนให้หนังสือเหล่านั้น "เหนือจินตนาการ" เอง
แต่สิ่งเดียวที่ไม่อาจเป็นจริงได้ ก็คือ
"พลังที่สามารถดึงตัวละครในหนังสือออกมาสู่โลกแห่งความจริงได้"
และนี่ล่ะ คือจุดสำคัญที่ทำให้หนังสือเล่มนี้มีเสน่ห์ขึ้นมา เพราะถ้าสิ่งนี้ไม่ใช่จุดสำคัญของ "หัวใจน้ำหมึก" หนังสือเล่มนี้ก็จะเป็นเพียงหนังสือที่เล่าเรื่องการผจญภัยในยุคกลางเท่านั้น
โม และเม็กกี้ ต่างก็เป็นตัวละครพ่อลูกที่ทำให้เกิดเรื่อง และต้องตัดสินใจที่จะแก้ปัญหาด้วยตนเอง
คาปริคอร์น ก็เป็นตัวร้ายที่โลภและตะกละตะกลาม ทำได้แม้แต่ทำร้ายจิตใจผู้อื่น ผู้ชอบโลกใหม่และต้องการอยู่บนโลกแห่งนี้ ผู้ที่ซ่อนเร้นความเจ้าเล่ห์ไว้ในศีรษะโล้นๆ และรอยยิ้มจอมปลอมของเขา
นิ้วฝุ่น (หรือที่ทับศัพท์ว่า ดัสท์ฟิงเกอร์) ก็เป็นตัวละครฝ่ายดีที่น่าหลงใหล ด้วยทักษะการเล่นไฟและทรงผมสิงโตของเขา ผู้ที่ได้ออกมาจากหนังสือ แต่ก็ไม่ชอบและอยากกลับไปโลดแล่นในหน้ากระดาษ แม้ว่าจะรู้จุดจบของตนเองแล้วก็ตาม
เฟโนกลิโอ ก็เป็นนักเขียนที่ใฝ่ฝันอยากเข้าไปท่องในโลกหนังสือ และได้พบกับตัวละครที่เขาคิดขึ้นมาเองในโลกแห่งความจริง ผู้ที่เขาดีใจที่ได้พบอย่างนิ้วฝุ่น และเผชิญกับความร้ายกาจของตัวร้ายที่เขาคิดขึ้นมาเองกับมือ
แสดงให้เห็นว่า ตัวละครในหนังสือ ไม่ควรออกมายังโลกแห่งความจริงอย่างยิ่ง เพราะเราก็ไม่รู้ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นถ้าหากพวกมันออกมาจริงๆ (คิดซี่ ว่าจะเกิดอะไรขึ้นหากคุณดึงโวลเดอมอร์ออกมา)
โดยรวมแล้ว ภาพยนตร์เรื่องนี้ก็สรุปเรื่องราวในหนังสือ "หัวใจน้ำหมึก" ได้เป็นอย่างดี (ไม่ได้หมายความว่าผมจะได้อ่านมาหรอกนะ) แต่รู้สึกจะน้อยไปนิด ฉากสำคัญก็อยู่ที่ปราสาทของคาปริคอร์นเท่านั้นเอง
การนำเสนอเรื่องราวในหนังสือ "หัวใจน้ำหมึก" ที่อยู่ในหนังสืออีกที ก็ใช้การปรับภาพให้คมชัดและสว่างมากกว่าตัวหนังเอง เลื่อนขึ้นเลื่อนลงหรือเป็นช็อตๆ รวมทั้งภาพมึนงง (ดวงตายังเห็นภาพหนึ่งยังในขณะที่รับรู้ภาพใหม่แล้ว เหมือนเราเห็นพระจันทร์สามดวงเวลาเมานั่นล่ะ)
การแสดงให้เห็นถึงพลังของลิ้นเงิน ด้วยการใหพวกเขาได้ยินคำพูดของตัวละครจากในหนังสือเมื่อสัมผัสมันใกล้ๆ ก็เป็นเทคนิคที่ยอดเยี่ยม
อีกสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจ ก็คือเทคนิคภาพลวงตา ที่ผู้กำกับถึงกับประกาศออกมาเองเลยว่าเขาใช้เทคนิคนี้แทนเทคนิคคอมพิวเตอร์เพราะสมจริงกว่า อยากรู้จริงๆ ว่าทำกันยังไง อนาคตผู้กำกับฯ (ไม่ใช่ตำรวจ) อยากรู้
ตอนจบผมชอบมาก เป็นตอนจบที่สวยงามทีเดียว
เกี่ยวกับนักแสดง
เบรนแดน เฟรเซอร์ ผู้ที่ฟุงเค่อยอมรับว่าเธอสร้างโมจากเขาก็แสดงได้สมบทบาทสมกับเป็นดาราอาวุโส
อลิซ่า ฮ. เบนเน็ต สาวไปหน่อย ทำเม็กกี้จาก 12 กลายเป็น 13-14 ไปได้
แอนดี้ เซอร์กิซ เป็นคาปริคอร์นได้โหดดีครับ
จิม บรอดเบนท์ ดาราเจ้าบทบาท เป็นมาหลายตัวแล้ว ชื่นชมจริงๆ อย่าลืมรอดูเจ้าชายเลือดผสมที่เฮียแสดงด้วยล่ะ
แม้ว่า "อิงค์ฮาร์ท" จะไม่ได้เป็นเรื่องที่ผมอ่านก็ตาม แต่ก็สามารถสร้างความประทับใจให้ผมได้อย่างยอดเยี่ยมไม่แพ้แฮร์รี่ พอตเตอร์ หรือนาร์เนีย
อย่างนี้ผมต้องแนะนำไม่ใช่อ่านหนังสือที่จะได้สร้างเป็นภาพยนตร์เพราะจะทำให้เสียอรรถรสและผิดหวังที่ในหนังไม่เหมือนในหนังสือไหมนะ?
แต่ก็โปรดจำไว้ว่า "ไม่ว่าหนังสือจะน่าสนใจหรือไม่ หากคุณได้อ่านเล่มแรกแล้ว ก็ยากที่จะหักห้ามใจไม่ให้อ่านเล่มต่อไปไม่ไหว"
ปล. ในตัวอย่างหนัง และใบปิด เราจะเห็นว่านิ้วฝุ่นถอดเสื้อเล่นไฟด้วย ขอบอกไว้ก่อนว่าหุ่นไม่บึกบึนนัก ดูแล้วน้ำลายไม่ไหลสักนิด (ก็มันไม่ใช่จุดขายนี่
) แต่เพียงแค่รู้ว่ามีตัวละครสักตัวถอดเสื้อในหนัง หัวใจก็เต้นตึกตักแล้ว กร๊ากๆๆๆ
โอ๊ะโอ! ดึกแล้ว ขอตัวไปอ่านหนังสือก่อนนะครับ เดี๋ยวสอบตกไม่ได้เล่นคอมพ์ตลอดปี กั๊กๆๆๆ
สุขสันต์วันวาเลนไทน์ย้อนหลังด้วย
ขอบคุณภาพจาก http://media.movies.ign.com/media/860/860798/imgs_1.html





