เล่าเรื่องจากภาพ: ดาวอังคารในอดีต
posted on 12 May 2007 18:47 by dungeonkids in REVIEWวิเคราะห์ภาพ: ดาวอังคารในอดีต
คลิกที่ url เพื่อดูภาพใหญ่(http://i200.photobucket.com/albums/aa130/dungeonkids/pastmars.jpg)
(ภาพจาก เว็บไซด์เนชั่นแนล จีโอกราฟิก ภาษาอังกฤษ ฉบับเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2548)
นำเรื่อง
มีใครเคยดูดาวบ้างเอ่ย ดูเล่นๆ หรือดูอย่างมืออาชีพกันแน่ ในชีวิตนี้ใครไม่เคยได้ดูดาวแสดงว่าชีวิตจืดชืดมาก ทุกคนควรรู้เรื่องพื้นฐานของดาราศาสตร์เป็นอย่างน้อย
คืนนี้ลองหนีออกจากบ้าน(หรือเดินทางไปนอกบ้านถ้าง่ายกว่า) ไปในที่ที่ปราศจากแสงศิวิไลซ์ นอนเอนหลังลงบนพื้นหญ้า แหงนหน้ามองดูท้องฟ้า เห็นดวงดาวมากมายกระจัดกระจายเต็มฟ้าเลย นับดูซิ โห! ตั้ง 888,888 ดวงแน่ะ ตอนอยู่ในเมืองเห็นแค่ 1 ดวงเอง คือดาว มยุรี(แหะๆ ที่จริงประมาณ 8,000 ดวงเท่านั้น) นอกจากดาวฤกษ์ก็มีดาวเคราะห์ ดาวหาง ดาวระเบิด โอ้โห! เห็นดาวระเบิดรวยแล้วเรา(ใครเห็นดาวระเบิดถ้าไปแจ้งข่าวจะได้เงินตั้งหมื่นกว่าบาท ถ้าเป็นคนแรกก็ดีใหญ่ ได้ตั้งชื่ออีก 1 รางวัล)
ดูให้ดี ทางช้างเผือกพาดผ่านฟ้าแน่ะ ดูสิ ดาวเจ้าหญิงทอหูก(วีกา) และดาวหนุ่มเลี้ยงวัว(อัลแทร์) 7 กรกฎาฯ ขอให้เจอกันให้ได้นะ ฮิฮิ (วันทานาบาตะ)
ดูไปดูมา คืนนี้ไม่มีแสงจันทร์รบกวน ไม่มีเมฆ ช่างเหมาะที่จะดูดาวจริง เห็นดาวศุกร์มั้ยหนอ นั่นไง อยู่ใกล้ขอบฟ้าเชียว ตอนนี้ดูนาฬิกา สองทุ่มแล้ว ดาวศุกร์เป็นดาวเคราะห์ชั้นใน(ใส่ชั้นในอยู่) อยู่ใกล้ดวงอาทิตย์มากกว่าโลก จึงมักจะตกหลังดวงอาทิตย์ตกได้ไม่นาน สัก 2-3 ชั่วโมงเท่านั้น ดาวศุกร์สะท้อนแสงอาทิตย์ได้ดี เพราะเมฆที่ปกคลุมดาวอยู่ เราจึงเห็นดาวศุกร์สว่างอยู่ทุกครั้ง ดาวพฤหัสฯ ล่ะ ดาวเสาร์ด้วย อยู่นั่นไง ยักษ์ใหญ่อยู่กลุ่มดาวแมงป่อง ส่วนพี่เสาร์อยู่ในกลุ่มดาวสิงโต เอ ดวงเราจะเป็นอย่างไรนะ ต้องไปดูดวงหน่อยแล้ว ดาวพุธไม่เห็นเพราะมันตกไปกับดวงอาทิตย์แล้ว มันอยู่ใกล้ดวงอาทิตย์มากๆๆๆ ดูดาวคืนนี้สนุกจังเลย
นั่นดาวอะไรน่ะ!!! สีแดง สว่างจ้า ดาวปาริชาติ(แอนทาเรส)หรือ ไม่ๆ มันไม่กระพริบ หรือว่ามันจะเป็น
"ดาวอังคาร"!!
ฮิฮิ ดาวอังคารผ่านหน้าใครก็ต้องจำได้ว่าเป็นดาวอังคาร ดาวอังคารเป็นดาวเคราะห์หินที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 รองจากโลกและดาวศุกร์ เป็นดาวแห่งสงคราม ที่ขั้วทั้งสองเป็นน้ำแข็ง มีหุบเขามาริเนอริสที่ลึกกว่าแกรนด์แคนยอนถึง 5 เท่า มีภูเขาไฟโอลิมปัสที่ดับแล้ว มันสูงกว่าเอเวอเรสต์ถึง 3 เท่า ถือว่าสูงมากที่สุดในระบบสุริยะ เพราะดาวอังคารไม่ค่อยมีแผ่นดินไหว จึงรองรับภูเขาที่หนักอื้งได้ไม่เหมือนโลกนอกนั้นยังมีลูกเล็กๆ อีก 3 ลูก เนื่องจากมีลักษณะคล้ายสิวจึงถูกเรียกว่า "สิวบนดาวอังคาร" ดาวอังคารช่างน่ามหัศจรรย์จริงๆ นี่คือข้อมูลโดยสังเขปของดาวอังคาร
เส้นผ่านศูนย์กลาง 6,780 กิโลเมตร มวล 0.11 เท่าของโลก ความหนาแน่น 3.9 เท่าของโลก คาบการหมุนรอบตัวเอง 24.63ชั่วโมง คาบการโคจรรอบดวงอาทิตย์ 687 วัน ระยะห่างจากดวงอาทิตย์ 227,900,000 กิโลเมตร อุณหภูมิที่พื้นผิว -125 ถึง 25 องศาเซลเซียส(148 ถึง 298 เคลวิน)
ปัจจุบันนี้ดาวอังคารได้ถูกสำรวจโดนยานอวกาศหลายลำ เช่น ยานมาร์สโอดิสซีย์ ยานมาร์สเอกเพรส ยานสปิริต ยานออปพอร์ทูนิติ้ เป็นต้น และก็ยังจะมีอีก สักวันมนุษย์คงได้ไปอยู่บนดาวอังคารนะ
มาดูภาพอีกครั้งกันเถอะ
เมื่อพันล้านปีก่อน ดาวอังคารเคยเป็นอย่างภาพขวา จากดาวอังคารที่เราเห็นว่าเป็นดาวเคราะห์ที่แห้งแล้งที่สุด เป็นเหมือนทะเลทรายที่มีชีวิตชีวา ชั้นบรรยากาศที่หนาแน่น แผ่นเมฆเซอร์รัสสีขาว กลุ่มเมฆขนแกะสีเทา พายุที่ไม่รุนแรง และทะเลสาบน้อยใหญ่ ที่ชั้วโลกเหนือมีทะเลสาบใหญ่ซึ่งก็คือขั้วน้ำแข็งในปัจจุบันนี่เอง มันมีขนาดเท่าประเทศบราซิล ใหญ่มาก มันยังมีภูเขาไฟที่ยังคุกรุ่นอยู่อีกด้วย ลูกซ้ายสุดและใหญ่สุดคือโอลิมปัสนั่นเอง กำลังพ่นลาวาออกมาเชียว สภาพดาวอังคารในตอนนั้นดูคล้ายโลกมาก ถึงแม้ว่าจะมีผืนดินมากกว่าผืนน้ำก็ตาม พื้นผิวมีสีน้ำตาล ไม่แดง นี่คือดาวอังคารที่เพิ่งเกิดใหม่ๆ ตอนนั้นน่าจะมีสิ่งมีชีวิตจำพวกแบคทีเรีย สาหร่าย เชื้อราหรือปะการังอยู่
ดูตัวมันเองในปัจจุบันสิ มีแต่หลุมบ่อ น้ำก็เหือดแห้งเหลือแค่ชั้วน้ำแข็ง พื้นดินมีแต่ทรายสีแดง ริ้วรอย สิว จุดด่างดำมากมาย ภผืนดินที่ไมมีการแปรสัรฐาน บรรยากาศก็เบาบางลง สิ่งมีชีวิตคงจะตายไปด้วย เหลือแต่ฟอสซิลให้นักสำรวจเพื่อนบ้านหรือมนุษย์โลกดูเท่านั้น จากดาวที่มีชีวิตชีวากลับกลายเป็นดาวที่แห้งแล้งทันที
สาเหตุที่ดาวอังคารกลายเป็นดาวที่แห้วแล้งก็คือวัฏจักร CO2 เกิดความเสียสมดุล โลกอยู่ไกลจากดวงอาทิตย์มากพอที่สะสมน้ำไว้ได้ อีกทั้งยังมีกระบวนการแปรสัณฐานที่ช่วยทำให้คาร์บอนไดออกไซด์มีการหมุนเวียน จากก๊าซ ไปเป็นแคลเซียมคาร์บอเนต และเป็นก๊าซอีกครั้ง การมีน้ำในรูปของเหลวช่วยให้เกิดสิ่งมีชีวิตซึ่งช่วยลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในอากาศ ขณะที่กระบวนการแปรสัณฐานช่วยส่งก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์กลับสู่อากาศ แต่ดาวอังคารมีขนาดเล็ก จึงไม่มีพลังมากพอที่จะทำให้เกิดกระบวนการแปรสัณฐาน ทำให้วัฏจักร CO2 เกิดความเสียสมดุล ผลก็คือ CO2 ไม่ขึ้นไปบนชั้นบรรยากาศอีกเลย ปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์จึงลดลงสภาวะเรือนกระจกเริ่มคลี่คลาย อุณหภูมิต่ำลง น้ำกลายเป็นน้ำแข็ง ทำให้ดาวอังคารเป็นดาวเคราะห์ที่แห้งแล้งมากๆ ในขณะที่ดาวศุกร์(ขอนอกเรื่อง)มีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในอากาศมากเกินไป น้ำจึงกลายเป็นก๊าซ ไม่มีการหมุนเวียนของน้ำและ CO2 วัฏจักร CO2 เกิดความเสียสมดุลดาวศุกร์จึงกลายเป็นเตาอบ
นี่คือ entryแรกที่เล่าเรื่องเกี่ยวกับภาพ หากมีอะไรเพิ่มเติมก็จะเอามาเขียนให้อีก อย่าลืมคอมเมนต์ด้วยนะ










